[นิยาย] เหนือกาลเวลา
Watch and track your favorite playlist.
Curated by: ทำหรอยV.2 (154 videos)
Currently Playing: [นิยาย] เหนือกาลเวลา ตอนที่ 381-385
[นิยาย] เหนือกาลเวลา ตอนที่ 381-385
วิดีโอนี้เป็นการจัดทำพอดแคสต์เล่านิยายเพื่อความบันเทิง โดยมีการเรียบเรียงเนื้อหาและใส่ภาพประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ชมได้รับอรรถรสในการฟังและรับชมที่ดียิ่งขึ้น
เพื่อไม่ให้พลาดตอนต่อไป อย่าลืมกด Subscribe และสั่นกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับ (ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ตามมาจากช่องเดิมด้วยครับ)
#นิยายจีน #พอดแคสต์นิยาย #นิยายเหนือกาลเวลา #นิยายเสียง #ทำหรอยV2
Video Transcript
บทที่ 381 คนที่มีชีวิตก็ใช้ชีวิตกันต่อแสงแดดยาม เช้าสะท้อนทะเลต้องห้ามหันเหรัศมีแสงอัน มืดมิดออกมาเรือเวทยลอยออกไปไกลภายใต้ ท้องฟ้าสีน้ำเงินสวีชิงเงยหน้าขึ้นส่ง ด้วยสายตาอยู่นานจนกระทั่งมองไม่เห็นเรือ เวทยแล้วเขาจึงถอนสายตากลับนับตั้งแต่ที่ หวงเหยียนที่มาถึงมณฑลรับเสด็จราชันก็รู้ สึกไม่อึดอัดเป็นอย่างมากที่จากไปก็ไม่ ได้เกินความคาดหมายหวงเหยียนเคารพการการ ตัดสินใจของสวีชิงและอวยพรให้เขากับศิษย์ พี่หญิงรองมีความสุขมีอนาคตที่สวยงามใน ทวีปปักษาเสวินทักษิณ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีสวีชิงพึมพำ หันหลังออกจากท่าเรือตรงไปยังสำนัก 7 เนตรโลหิตเขาจะไปคารวะในท่าน 6 เดิมจะไป เมื่อวานนี้อยู่แล้วแต่ถูกจอมเซียนจึ่ง เศียรพาไปแดนลับอสรรพิตปีศาจเสียก่อนเวลา นี้เดินขึ้นไปตามบันไดสำนักรับลมฟังเสียง ใบไม้ของต้นไม้ใหญ่เสียดสีกันท่ามกลางลม ใจของสวีชิงสงบมากสำนักในช่วงเช้าตรู่ ศิษย์ส่วนใหญ่กำลังฝึกบำเพ็ญไกลๆยังมี เสียงท่องคัมภีร์ดังกังวาลด้วยสิ่งนี้ เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของ 7 เนตร โลหิตหลังมาถึงพันธมิตร เริ่มฝึกฝนจิตใจสวีชิงที่กลับมาครั้งนี้ ก็เพิ่งรู้ในงานเลี้ยงเมื่อวานนี้เรื่อง การฝึกฝนจิตใจเป็นสิ่งที่นายท่าน 7 เสนอ และเริ่มแพร่หลายไปทั้งสำนักในช่วงนี้ เรื่องนี้ทำให้ศิษย์มากมายประหลาดใจถึง อย่างไรก่อนหน้านี้ทุกคนฝึกบำเพ็ญแค่วิชา เวทไม่ได้ฝึกฝนจิตใจเลยสวีชิงครุ่นคิด เล็กน้อยเพราะถ้าดูจากเวลาแล้วเหมือนว่า นี่จะเป็นพฤติกรรมหลังจากที่ท่านอาจารย์ ค้นคว้าร่างทดสอบเทพเจ้าพร้อมกับความคิด นี้สวีชิงเดินตามขั้นบันไดจนมาถึงหลังภู เขา 7 เนตรโลหิตศิษย์ที่เขาพบระหว่างทาง เมื่อเห็นเขาก็หยุดฝีเท้าคารวะอย่างเคารพ นอบน้อมห่างๆไม่นานนักสวีชิงก็เห็นหลุมศพ หลุมหนึ่งที่ป่าไผ่ด้านหลังภูเขา 7 เนตร โลหิตด้านหน้าหลุมศพวางของเส้นไว้ยังมี กลิ่นหอมธูปจางๆที่นั่นยังมีผู้บำเพ็ญ กลางคนอยู่ 2 คนกำลังจ้องมองอักษรบนป้าย หลุมศพเงียบๆ 2 คนนี้สวีชิงเคยเห็นเป็น ศิษย์ของนายท่าน 6 พวกเขาก็สังเกตเห็น สวีชิงที่เดินเข้ามาหันหน้ามองเขาขาด หนึ่งประสานหมุดคารวะสีหน้ามีความโศก เศร้าประดับอยู่ศิษย์น้องสวียินดีด้วยการ เป็นผู้ครองกระบี่สวีชิงเดินมาเงียบๆ ประสานหมุดตอบกลับพวกเราทั้ง 2 คนได้รับ คำสั่งให้ไปด้านนอกก่อนจะไปจึงเข้ามา คารวะท่านอาจารย์เฮ้อโลกช่างไม่แน่นอนเอา เสียเลยเพียงพริบกาก็ผ่านไป 1 ปีศิษย์ น้องสวีพวกเราไม่รบกวนการมาเส้นไว้ของ เจ้าแล้วขอตัวก่อนทั้ง 2 คนทอดถอนใจไม่ พูดอะไรมากอวยพรศิษย์พี่ทั้งสองเดินทาง ราบรื่นสวีชิงสีหน้าจริงจังเอ่ยคารวะทั้ง 2 คนโบกมือสีหน้ายังคงหม่่นหมองเยื้อง ย่างไปบนอากาศจากไปแม้นผู้วายชนมจะจากเรา ไปแล้วคนที่มีชีวิตก็ใช้ชีวิตกันต่อแต่ สุดท้ายก็ยังโหมระลอกคลื่นขึ้นมาในใจเวลา นี้สุวีชิงนั่งอยู่แฟร่หลุมศพหยิบกาสุรา ขึ้นมา 2 ใบใบหนึ่งเทลงบนดินหน้าหลุมศพ ส่วนอีกกากรอกลงไปในปากอึกไหนไม่พูดอะไร เพียงแค่ดื่มเท่านั้นลมไฟไผ่แสงแดดบนท้อง ฟ้าผสานกันพัดพาสส่องเข้ามาในโลกมนุษย์ ไม่หยุดหลังจากผ่านไป 1 ชายสวีชิงก็ลุก ขึ้นยืนนายท่าน 6 ครั้งหน้าที่ข้ากลับมา พบท่านจะติดเทียนมาสัก 2-3 เล่มแล้วริน สุราให้ท่านนะขอรับพูดจบสวีชิงก็มองไปทาง ป้ายหลุมศพคารวะสุดตัวอีกครั้งขอให้โลก มนุษย์และสวรรค์อยู่อย่างสงบสุขสวีชิงหัน หลังออกมาจากหลังภูเขาเขายังไม่ได้ออกจาก สำนักแต่จะไปหาท่านอาจารย์เขามีคำถามมาก มายอยากจะถามท่านอาจารย์เช่นการเปลี่ยน แปลงของเขาพุทธยักค์ในทะเลความรู้สึกเช่น ตอนที่ผู้อาวุโสใหญ่ครองกระบี่อธิบาย เรื่องสมุนไพรพูดถึงพืชวิญญาณที่ลานพิธี เต๋าอาจจะค้นคว้าทิศทางของเทพเจ้าได้สวี่ ชิงเดินอยู่ในสำนักพร้อมกับความคิดเช่น นี้ระหว่างนี้ก็ส่งสื่อเสียงขอเข้าพบ อาจารย์นายท่าน 7 บอกว่าอยู่ที่หอคอยบน ยอดเขาให้เขาไปที่นั่นหลังจากรู้ตำแหน่ง ของอาจารย์ขณะที่สวี่ชิงสาวเท้าเดินไปที่ หอคอยบนยอดเขาจู่ๆหน้าเขาก็เปลี่ยนสีมอง ไปทางถนนเล็กๆของสำนักด้านหน้าที่เยี้ยง ไปทางซ้ายที่นั่นมีเสียงที่คุ้นเคยดังมา ได้พบข้าก็ถือว่าเจ้าโชคดีนะเจ้าตัวเล็ก อาจารย์อาติงเซียวห่าของเจ้าอารมณ์ไม่ ค่อยดีเจ้าไปโต้เถียงกับเขาได้อย่างไรหาก ข้าไม่ได้ออกด่านแล้วผ่านไปพอดีเมื่อครู่ หากเขาฟาดฝ่ามือมาเจ้าคงม่อยกระรอกไปแล้ว หลังจากนี้ในสำนักเจ้าต้องเชื่อฟังข้า เข้าใจหรือไม่ขอรับข้าจะเชื่อฟังท่าน อาจารย์อาติงเสียงเหนียมอายและแผ่วเบาดัง มาพร้อมกับเสียงของติงเสี่ยไม่นานนักติง เสี่ยที่ผูกหางไม้ท่วงทาองค์อาจสะพาย กระบี่โบราณไว้ด้านหลังร่างเงาของนาง ปรากฏขึ้นในดวงตาสวี่ชิงนางแสดงท่าทาง เป็นผู้อาวุโสข้างกายมีเด็กผู้ชายอายุราว 10 ขวบคนหนึ่งเด็กชายคนนี้แต่งตัวสะอาด สะอ้านใบหน้าเล็กก็เช่นกันตอนนี้เขาพยัก หน้าอย่างมีรู้ความแต่เขาก็พลันสังเกต เห็นสวี่ชิงก่อนติงเสี่ยเสียอีกพริบตาที่ เขาเห็นสวี่ชิงจู่ๆสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป เผยความตระหนกและหวาดกลัวออกมาอย่างชัด เจนชะงักครู่หนึ่งเข้าไปหลบข้างหลังติง เสี่ยตามสัญชาตญาณ ติงเสี่ยประหลาดใจจากนั้นนางก็เห็นสวี่ ชิงที่อยู่ไกลๆดวงตาเปล่งประกายขึ้นมาทัน ทีรีบร้อนผละตัวออกมาจากเด็กชายวิ่งไปหา สวี่ชิงคนเดียวความยินดีปรีดาเข้ามาแทน ที่ท่วงทาองค์อาจทันทีท่านพี่สวีชิงข้า กำลังจะไปหาท่านพอดีเลยเมื่อวานตอนท่าน กรอบมาข้ากำลังปิดด่านท่านดูสิข้าตอนนี้ ใกล้จะไปถึงช่องเวทที่ 60 จุดไฟชีวิตดวง ที่ 2 แล้วแต่ว่าข้าก็ยังไม่ลืมพืช สมุนไพรนะข้าจะขยันขึ้นอีกเจ้าค่ะติง เสี่ยมองสวี่ชิงในดวงตามีประกายประหลาด ความยินดีอัดแน่นเต็มดวงใจท่านพี่สวีชิง ท่านขึ้นเขาไปเพราะมีธุระพระหรือเจ้าคะ สวี่ชิงเผยรอยยิ้มขณะเดียวกันก็ประหลาดใจ ที่อีกฝ่ายพัฒนาอย่างรวดเร็วต้องรู้ด้วย ว่า 1 ปีก่อนหน้านั้นระหว่างทางที่กลับมา จากเขาจักรพรรดิพูดติงเสี่ยเพิ่งจะสำเร็จ ไฟชีวิตดวงแรกแต่เมื่อคิดถึงที่นายท่าน 7 เคยพูดว่าเด็กสาวต้องเลี้ยงอย่างร่ำรวย สวี่ชิงพอจะเข้าใจสาเหตุแล้วเยี่ยมมาก สวีชิงเอ่ยความชมขึ้นมาบอกว่าตนเองจะไป เข้าพบท่านอาจารย์เมื่อได้ยินสวี่ชิงเอ่ย ชมตนเองติ่งเสี่ยก็ใจเต้นระเวือใบหน้า เล็กระเรื่อเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสายตา สวี่ชิงไปหยุดที่ด้านหลังติงเซี่ยมองเด็ก ผู้ชายที่อยู่ไม่สุขย้ายไกลคนนั้นเด็กชาย คนนั้นยังยืนอยู่ที่เดิมไปก็ไม่ได้อยู่ก็ ไม่ได้เวลานี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความขลาด กลัวหวาดกลัวปะทุขึ้นมาจากก้นบึ้งจิตชัย เช่นกันเขากลัวสวีชิงจริงๆแม้สวี่ชิงจะ เป็นคนมอบป้ายแนะนำ 7 เนตรโลหิตมาให้แต่ วันนั้นประโยคที่สวีชิงชิงพูดก่อนที่จะ จากไปทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายมองเขาออกทั้ง หมดโดยเฉพาะเขาเคยสัมผัสได้ถึงพลังสะกด จากร่างสวี่ชิงตอนนี้เมื่อมองอีกครั้งแรง สะกดนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นมหาศาลคนอื่นอาจ จะมองไม่ออกแต่เขาไม่ใช่เขาสัมผัสได้ว่า นั่นคือแรงกดดันจากเขาจักรพรรดิพูดอย่าง ชัดเจนเด็กชายคนนี้ก็คือเด็กที่นายท่าน 7 พาเขากับติงเสี่ยไปพักในหมู่บ้านเล็กๆที่ ตีนเขาจักรพรรดิพูดเมื่อครั้งนั้นสิ่ง ประหลาดที่แปลงร่างเป็นคนที่ต้องตาคนนั้น ท่านพี่สวี่ชิงยังจำเขาได้ไหมเจ้าคะเด็ก ผู้ชายจากในหมู่บ้านเล็กๆนั่นเมื่อสังเกต เห็นสายตาสวี่ชิงติ่งเสี่ยก็ยิ้มออกมา หวังหลิงเจ้ายังไม่รีบมาคารวะอาจารย์ อาสวี่อีกติงเสี่ยถลึงตาไปที่เด็กชายเด็ก ชายฝืนความหวาดกลัวเดินหนังศีรษะชามาหา คารวะสวีชิงนำเสียงสั่นเครลือเล็กน้อย คารวะอาจารย์อาศวี สวีชิงสีหน้าสงบนิ่งพอจะเข้าใจสถานการณ์ รู้ว่าเด็กชายคนนี้มาอยู่ที่สำนักได้หลาย เดือนแล้วช่วงนี้ก็อยู่ที่ด้านล่างภูเขา มาโดยตลอดวันนี้คือวันที่ขึ้นมาแลกเรือ เวทยไม่รู้เพราะเหตุอันใดติงเซียวไหจึง โกรธเข้าส่วนติงเสี่ยออกจากด่านมาเห็นพอ ดีจึงช่วยไว้ ก่อนหน้านี้ข้าเห็นสายตาของติงเซียวไห่ ที่มองเขาแปลกประหลาดมากราวกับจะกลืนกิน เขาอย่างไรอย่างนั้นไม่รู้เพราะอะไรข้า จึงช่วยเขาออกมาติงเสี่ยใบหน้ายังคง เปื้อนยิ้มแต่กลับแอบส่งสื่อเสียงบอกกับ สวีชิงแม้นนางอยู่ต่อหน้าสวีชิงจะประพฤติ ตัวดีมีคุณธรรมแต่อันที่จริงก็คล่องแคล่ว ไม่เบาฉลาดหลักแหลมยิ่งไม่ขาดแผนการกับ การสังเกตแม้แต่น้อย ท่านพี่สวีชิงท่านรีบไปเข้าพบท่านอาจารย์ เถิดเดี๋ยวค่ำหน่อยข้าจะไปหาท่านข้าจะพา เสี่ยหวังหลิงลงไปส่งด้านล่างก่อนนะติง เสี่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มสวิชชิงพยักหน้าเดิน หน้าต่อไปเด็กชายข้างกายติงเสี่ยเวลานี้ หันหน้ามองร่างของสวีชิงลึกในดวงตาเกิด ความอิจฉาเขาคิดถึงคำพูดที่สวีชิงพูดกับ เขาวันนั้นก็อดเอ่ยเสียงแผ่ว พี่ใหญ่เออะอาจารย์อาศวีวันนั้นสิ่งที่ ท่านพูดกับข้าเพียรพยายามเสียให้ดีเจ้าก็ จะทำให้เป็นจริงได้สวีชิงหันหลังมองมาทาง เด็กชายพยักหน้าให้เด็กชายสูดลมหายใจลึก พยักหน้าตอบกลับมาด้วยเช่นกันและเดินตาม ติงเสี่ยไปพร้อมกับรอยยิ้มของนางเขาอยาก จะกลายเป็นมนุษย์มนุษย์ที่แท้จริงนี่เป็น สาเหตุที่เขามาที่ 7 เนตรโลหิต หลังผ่านไป 1 ชั่วก้านธูปในหอคอยยอดเขา สำนัก 7 เนตรโลหิตสวีชิงที่เดินมาจากด้าน นอกก็เห็นอาจารย์ใบหน้าเต็มไปด้วยเคร่ง ขรึมและผู้ติดตามกลางคนที่อยู่ข้างๆเขา กำลังเล่นหมากรบกันอยู่เพียงแต่เมื่อ เทียบกับความเคร่งขรึมของนายท่าน 7 ผู้ ติดตามที่สวีชิงคุ้นเคยคนนี้ผ่อนคลายมาก กว่าเมื่อเห็นสวีชิงผู้ติดตามกลางคนกำลัง จะลุกขึ้นคารวะสวีชิงก็ก้มหัวประสานหมัด คารวะก่อนผู้ติดตามกลางคนแย้มซิ้มลุกขึ้น คารวะตอบนายท่าน 7 ข้างๆเวลานี้สะบัดแขน เสื้อล้มกระดานจนเละเทกเอ่ยเสียงเรียบว่า เจ้าลงหมากนั่นน่าเกลียดจริงๆข้าอ่อนขอ ให้ตั้งหลายตาเจ้าก็ยังแพ้อยู่เจ้าซีเจ้า มาเล่นหมากรบกับอาจารย์สักตาสิผู้ติดตาม กลางคนยิ้มขืนลุกขึ้นไปยืนข้างๆสวี่ชิง เดินเข้าไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจัดเรียง ประดานที่เละเทะใหม่ให้ดีเริ่มลงหมากแต่ ฝีมือหมากเขาธรรมดามากเมื่อลงหมากไป เรื่อยๆหน้าของนายท่าน 7 ก็เผยรอยยิ้มออก มา เจ้า 4 ใจของเจ้าไม่สงบตัวหมากแฝงอารมณ์ ความรู้สึกเอาไว้ดูจากการเดินหมากของเจ้า อาจารย์มองออกว่าเจ้ามีเรื่องในใหญ่ปิด บังท่านอาจารย์ไม่ได้เลยจริงๆสวีชิงมองตา นายท่าน 7 เอ่ยอย่างตั้งใจเหมือนเรื่องตน เองส่งสื่อเสียงมาเมื่อครู่ที่บอกว่ามี เรื่องจะเข้ามาถามไถ่ทันทีผู้ติดตามกลาง คนที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นว่าอาจารย์ศิษย์ ทั้งสองจะคุยกันจึงปลีกตัวออกมาโบกมือปิด ผนึกรอบๆส่วนตนเองก็นั่งสมาธิอยู่ด้านนอก พูดมาเถอะนายท่าน 7 หยิบตัวหมากขึ้นอย่าง พึงพอใจคลึงอยู่ในมือท่านอาจารย์เขา จักรพรรดิภูพินในตัวข้าเกิดการเปลี่ยน แปลงเล็กน้อยเขารับสวีชิมสูดลมหายใจลึกสี หน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนแปลงอย่างไรนายท่าน 7 น้ำเสียงผ่อนคลายกำลังจะวางหมากลง มันกลายเป็นค่าไปแล้วขอรับเสียงแก๊กดัง ขึ้นหมากร่วงลงมาจากมือนายท่าน 7 ตกบน กระดานหมากเขาเงยหน้าขึ้นมองสวีชิงอย่าง มึนงง จะว่าอะไรนะบทที่ 382 หลิงเ๋อออกเดินทางสวีชิงหยิบหมากที่ร่วง หลนของท่านอาจารย์ขึ้นมาอย่างเงียบๆวางไป บนตำแหน่งที่เดิมมันควรจะถูกวางไว้แล้ว เงยหน้ามองอาจารย์ เขาจักรพรรดิพูดเปลี่ยนรูปร่างหน้าตามา เหมือนข้าเขารับนายท่าน 7 เงียบนิ่งหลับ ตาครุ่นคิดในใจกลับมีคลื่นลูกใหญ่ซัดโหม เขารู้ว่าลูกศิษย์ของตนคนนี้มีการรับรู้ ที่น่าตกใจวันนั้นที่นอกเขาจักรพรรดิพูด เขาก็ได้สัมผัสอย่างชัดเจนแล้วและยังได้ ยินเรื่องทั้งหมดที่เมืองมันคาสวรรค์พ้น พันธะอ๋องสวี่ชิงด้วยระหว่างนั้นได้ สัมผัสรับรู้ตราประทับวิญญาณศึกไปเกือบ 300 ตราแต่ก็ยังตื่นตะลึงกับคำพูดของ สวี่ชิงอยู่ดีในเมื่อตอนนั้นเขาแค่ให้ สวี่ชิงย้ายเทพองค์นึงไปไว้ในทะเลความรู้ สึกเท่านั้นไปสะกดเจตจำนงตั้งมั่นที่เกิด ขึ้นในแกนลมปราณที่ได้จากเคล็ดวิชาพราง มารยาชิงหมั่นคานี่เหมือนว่าข้าแค่ให้ เจ้าสร้างกระท่อมไม้เล็กๆแต่เจ้ากลับ สร้างเมืองออกมาจากนั้นยังมาถามข้าอย่าง แปลกใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ในท่าน 7 เหนือใจหลังจากเงียบงันอยู่นานก็กระแอมไอ เอยอย่างเรียบนิ่งนั่นคือจิตใจของเจ้าจิต ใจของเจ้าแข็งแกร่งย่อมส่งผลถึงวิญญาณทำ ให้มันถูกเจ้าควบคุมอยู่ภายในเปลี่ยนไป โดยมีเจ้าเป็นต้นเงินดังนั้นไม่ต้องกังวล ไปนี่เป็นขอบเขตประเภทหนึ่งก่อนคือย้าย จากนั้นก็หล่อเลี้ยงวิญญาณจากนั้นก็แปร เปลี่ยนเป็นของตนแต่ว่าเจ้ายังต้องขยัน หมั่นเพียรจะพอใจแค่นี้ไม่ได้เพราะขั้น นี้นั้นง่ายมากนับแต่โบราณาการมามีผู้ ยิ่งใหญ่มากมายล้วนมีวิธีคล้ายกันเช่นนี้ หลังจากนึกนิมิตก็ลองเอามาแทนที่นี่ไม่ ใช่การชิงร่างแต่เป็นการชิงมันคาแต่ เรื่องนี้ยากมากเรื่องพวกนี้สำหรับเจ้า แล้วเป็นจินตนาการรางความจริงมันคาของ จักรพรรดิพูดไม่สมบูรณ์ดังนั้นเมื่อใดที่ เจ้าสามารถทำให้บนเขาจักรพรรดิพูดมีวัตถุ ภายนอกเพิ่มขึ้นทำให้มันสมบูรณ์มากขึ้น ได้ถึงจะนับว่าได้ยินคำพูดนี้ของอาจารย์ สวีชิงคล้ายครุ่นคิดนึกถึงเสามันคาสวรรค์ พ้นพันธะที่มือทั้งสองของเขาจักรพรรดิพูด ในทะเลความรู้สึกจึงพูดขึ้นมาได้ไม่ไหว ท่านอาจารย์ยังมีกระบองเพิ่มขึ้นมาด้วย กระบองนับเป็นวัตถุภายนอกหรือไม่ดูแล้ว เหมือนเสามันคาสวรรค์พ้นพันธะเลยขอรับนาย ท่าน 7 อึ้งไปเล็กน้อยเงียบงันไม่พูดจาใน ใจเกิดพายุฝนกระหน่ำ สวิชิงกังวลเล็กน้อยเจ้า 4 มีนิสัยไม่ดี อย่างหนึ่งหลังจากนั้นครู่หนึ่งเสียงของ นายท่าน 7 ก็ค่อนข้างแหบแห้งครั้งหน้าพูด อะไรให้จบในทีเดียวสวิชชิงกระพริบตาปริบๆ พยักหน้ายังมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกนาย ท่าน 7 ถามอย่างไม่วางใจไม่มีแล้วขอรับ อ้อท่านอาจารย์ผมมีความรู้สึกอย่างนึง เหมือนว่าเขาจักรพรรดิพูดนี่ภายใต้ สถานการณ์ใดสถานการณ์นึงเหมือนจะถูกผม กระตุ้นออกมาได้แต่ตอนนี้ผมยังทำไม่ได้ ท่านอาจารย์มีวิธีมั้ขอรับสวีชิงเอ่ยถาม ลังเหลในท่าน 7 ผุดลุกขึ้นพรวดดวงตาฉาย ประกายวาวับมองสวีชิงอย่างละเอียดในใจของ ตัวเองตอนนี้ไม่ใช่ลมพายุฝนแล้วแต่เป็น คลื่นทะเลถาโถมเจ้าหนูนี่คงไม่ใช่ จักรพรรดิพูดกลับมาเกิดหรอกมานะเป็นไปไม่ ได้เขาไม่ใช่คนมณฑลรับเสด็จราชันยเกิด อยู่ทวีปปักษาทวีปทักษิณในตัวไม่มีสาย เลือดจักรพรรดิพูดก่อนหน้านี้ข้าได้ตรวจ สอบจุดนี้แล้วการรับรู้ของคนนึงแข็งแกร่ง ได้ถึงขั้นนี้เชียวรึนี่ข้ารับลูกศิษย์ อะไรมากันนี่หรือจะบอกว่าพรสวรรค์เผ่า มนุษย์ของเขาเกี่ยวพันกับการรับรู้ในท่าน 7 สูตรลมหายใจลึกหลังจากสังเกตสีหน้า สงสัยของสวี่ชิงเขาก็กระแอมไอเบาๆรักษา ความสงบนิ่งเอาไว้แกล้งเดินกลับไปมา 2-3 รอบทำท่าเหมือนที่ลุกขึ้นก็เพื่อจะมอง ชั้นเมฆที่อยู่บนฟ้าไกลเท่านั้นเจ้า 4 เจ้ามองเมฆบนท้องฟ้าสุวีชิงเงยหน้ามอง ท้องฟ้าเจ้าเห็นรูปร่างของเมฆได้อย่างชัด เจนเป็นกลุ่มเป็นก้อนแต่ความจริงแล้วรูป ร่างของมันไม่ใช่เช่นนี้พวกมันเกิดจากไอ น้ำที่เจอกับความเย็นบนท้องฟ้าจับกลุ่ม รวมกันขึ้นมานอกจากนั้นรูปร่างของมันเกิด จากฝุ่นในอากาศไปจับกับไอน้ำเขาจักรพรรดิ พูดในทะเลความรู้สึกก็คล้ายกับเหตุผลนี้ เจ้าไม่ต้องไปคิดว่าจะโหมให้มันปรากฏออก มาข้างนอกให้ความสำคัญกับรูปร่าง จักรพรรดิพูดมากเกินไปนี่นี่ไม่ถูกต้อง เจ้าต้องกระจายเขาจักรพรรดิพูดปล่อยกลิ่น ร้ายของมันออกไปข้างนอกเหมือนไอน้ำเช่น นั้นจากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของมันหา จุดที่ทำให้มันเคลื่อนที่จากนั้นก็ใช้ไอ พลังประหลาดจับกลุ่มในที่ที่พลังวิญญาณ และไอพลังประหลาดเข้มข้นก็ก่อเงาร่าง จักรพรรดิพูดได้อีกทั้งเงาร่างนี้ข้าแนะ นำว่าให้เจ้าลองเปลี่ยนรูปร่างของมันสัก หน่อยแบบนี้คนก็จะจำไม่ได้คิดเป็นเคล็ด วิชาพลังวิเศษของเจ้านายท่าน 7 เอ่ยเนิบ นาบสวี่ชิงฟังแล้วเหมือนสายฟ้าฟาดผ่าใน สมอง คำตอบของท่านอาจารย์ไม่ซับซ้อนเข้าใจง่าย เขามองเมฆบนท้องฟ้าจิตใจก็กระจ่างแจ้งทัน ทีเสี้ยวขณะนี้เหมือนบรรลุแจ่มแจ้งจาก ความคิดที่แจ่มชัดสวี่ชิงก็อดที่จะเผยสี หน้าเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งไม่ได้ยิ่งมี ความเคารพเลื่อมใสอย่างมากด้วยสำหรับเขา เหมือนระฆังกังวานดังก้องประดุจบรรลุแล้ว สวี่ชิงยืนขึ้นโค้งคารวะอาจารย์สีหน้าท่า ทางของเขาในที่สุดก็ทำให้นายท่าน 7 เบิก บานหัวเราะฮ่าๆนั่งลงหยิบหมากขึ้นมาอีก ครั้งวางไปบนกระดานหมากอย่างสบายอารมณ์ สวี่ชิงนั่งอยู่ข้างๆอย่างเลื่อมใสหลัง จากเดินหมากต่อได้ครู่หนึ่งก็ถามคำถามที่ 2 ของตัวเองออกมาเกี่ยวกับความเกี่ยวพัน ระหว่างพืชวิญญาณและเทพเจ้า คำถามถามนี้ทำให้ในดวงตาของนายท่าน 7 ฉาย ประกายประหลาดหลังจากเงียบนิ่งอยู่นานก็ ค่อยๆเผยความสนใจขึ้นมาจากการที่เสี้ยว หน้าเทพเจ้ามาเยือนพืชวิญญาณปรับตัวให้ เข้ากับการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ได้ดีกว่า สิ่งมีชีวิตมีเลือดเนื้อจริงๆนั่นแหละ ร่างทดสอบเทพเจ้าร่างนั้นข้าก็ทำการศึกษา ค้นคว้ามาโดยตลอดเรื่องที่เจ้าพูดไม่เลว เลยพืชคุณสมบัติเทพนี่เป็นแนวคิดที่เอามา ลองดูได้ศึกษาค้นคว้าเทพเจ้าบางทีพืช วิญญาณคุณสมบัติเทพก็คือกุญแจ การพูดคุยของศิษย์อาจารย์ครั้งนี้ทั้งสอง ฝ่ายต่างรู้สึกว่าได้ผลเก็บเกี่ยวมากมาย สวี่ชิงจิตใจเบิกบานมีความสุขนายท่าน 7 ก็จิตใจเบิกบานจากนั้นเขาก็ถามเรื่องบาง อย่างที่เกี่ยวกับการทดสอบผู้ครองกระบี่ ของสวี่ชิงสำหรับคำตอบที่ทำให้ได้ประกาย แสงหมื่นจ้างของสวี่ชิงเขาเองก็สงสัยนัก ไอ้ลูกหมาเลี้ยงอาจารย์หัวเราะลั่นสายตา ที่มองมาที่สวี่ชิงยิ่งฉายความชื่นชมไม่ รู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ตอบอะไรไปทำไมถึงได้ แค่จ้างเดี่ยวสวี่ชิงไม่เข้าใจเลยจริงๆคำ ตอบของศิษย์พี่เจ้ายังต้องเดาอีกหรือจะ ต้องยกยอปั้นมั่วซั่วแต่ว่าต่อให้ยกยอ ปั้นไม่จริงใจก็ไม่มีทางให้แค่จ้างเดียว นายท่าน 7 เบ๊ปากจากความเข้าใจในตัวเขา ของข้าเป็นไปได้มากว่าเขาอาจจะยอว่า มหาจักรพรรดิก็คือเทพเจ้าสรุปดูจากคำตอบ หมื่นจ้างของเจ้าเขาคือด่ามหาจักรพรรดิ สวี่ชิงกระพริบตาปริบๆเขารู้สึกว่าเรื่อง นี้มีความเป็นไปได้มากนอกจากนี้ 3 เดือน ให้หลังเจ้าต้องเดินทางไปยังเขตปกครอง ผนึกสมุทรพันธมิตรก็มีสาขาย่อยที่นั่น เช่นกันเขตปกครองหลวงของเขตปกครองผนึก สมุทรเป็นศูนย์กลางของเขตปกครองพันธมิตร 8 สำนักในฐานะที่เป็นขั้วอำนาจสุดยอดในมณฑล รับเสด็จราชันแม้อยู่ในเขตปกครองหนึ่งไม่ นับว่าเป็นอะไรแต่อย่างไรก็พวกเจ้าก็มี ที่พึ่งดังนั้นครั้งนี้ข้ากับท่านบรรพจร ก็วางแผนไว้แล้วเดี๋ยวจะมีคนกลุ่มหนึ่ง ออกเดินทางไปเมืองหลวงเขตปกครองพร้อมกับ เจ้าพวกเขาจะเป็นผู้บำเพ็ญที่ประจำอยู่ ที่สำนักสาขาย่อยขณะเดียวกันก็จะมีบรรพจร ไปดูแลจะเป็นผู้ใดตอนนี้ยังไม่ได้กำหนด นอกจากนี้เจ้ายอดเขาลำดับบที่ 5 ก็ไปด้วย ผู้ครองกระบี่ของพันธมิตรครั้งนี้ล้วนมา จากสำนัก 7 หน้าโลหิตเราฉะนั้นค่ายกลและ การส่งข้ามของสาขาย่อยพวกเราก็ได้สิทธิ์ ควบคุมส่วนหนึ่งมาด้วยสวี่ชิงพยักหน้า ก่อนหน้านี้เขาได้ยินนายกอนพูดแต่ไม่ได้ ละเอียดเหมือนวันนี้ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วแล้วก็นายท่าน 7 หยิบหมากขึ้นมา 1 เม็ดเงียบนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจากข้อมูลที่ ข้ามีอยู่เขตปกครองครองหลวงของเขตปกครอง ผนึกสมุดเปลี่ยนมาจากของวิเศษเวทยต้อง ห้ามระดับบนระดับบนหรอครับสวี่ชิงสายตา ฉายแววสงสัยของวิเศษเวทยต้องห้ามก็แบ่ง ระดับชั้นเหมือนกันของวิเศษเวทต้องห้ามใน มณฑลรับเสด็จราชันส่วนมากล้วนเป็นระดับ ล่างพลานุภาพห่างกับระดับบนราวกับฟ้ากับ เหวทว่าวิธีการโคจรพวกมันความจริงแล้ว คล้ายกันแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยนายท่าน 7 เอ่ยราบเรียบหากเจ้าไม่เข้าใจกฎการโคจร ของของวิเศษเวทยต้องห้ามเช่นนี้เมื่อไป ถึงเขตปกครองหลวงแล้วด้านความรู้จะด้อยไป เล็กน้อยเจ้า 4 จงจำเอาไว้รายละเอียดใดๆ ก็ตามล้วนส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงใน อนาคตได้ทั้งสิ้นจะมองข้ามไม่ได้มีเพียง เตรียมพร้อมสร้างความมั่นใจเท่านั้นจึงจะ หาจุดที่แอบซ่อนอำพรางไม่ให้คนอื่นหาได้ เจอได้และมีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้นจึงจะ แอบซ่อนอำพรางได้มิดชิดกว่าเดิมถึงจะ สามารถสร้างการโจมตีอันถึงแก่ชีวิตในช่วง เวลาสำคัญได้จิตวิญญาณของยอดแขวลำดับ 7 อย่าได้ลืมซี่ชิงสีหน้าเคร่งขรึมพยักหน้า อย่างหนักแน่นดังนั้นในเมื่อจะเดินทาง 3 เดือนหลังจากนี้เช่นนั้น 3 เดือนนี้เจ้า ก็อย่าอยู่ในสำนักเสียเวลาไปเปล่าเจ้าไป สถานที่ที่ของวิเศษเวทยต้องห้ามของสำนัก 7 เนตรโลหิตเราตั้งอยู่ไปเป็นผู้ควบคุมของ วิเศษไปทำความคุ้นเคยกับการโคจรของวิเศษ เวทต้องห้ามเช่นนี้แล้วเมื่อเจ้าไปถึงเขต ปกครองหลวงก็จะไม่ขาดความรู้ด้านของวิเศษ เวทต้องห้ามมากนักทำอะไรสะดวกนอกจากนี้ ทางศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าจากความสัมพันธ์ ของพวกเจ้าข้าก็ไม่พูดมากเจ้าย่อมคอยดูแล เขาอยู่แล้ว 4 ชิงลุกขึ้นเอ่ยตอบรับอย่าง เคารพนอบน้อมแต่ว่าข้าต้องเตือนเจ้าใน ช่วงที่ควบคุมของวิเศษห้ามใช้ของวิเศษเวท ต้องห้ามไปมองเสี้ยวหน้าเทพเจ้าดวง อาทิตย์ดวงจันทร์มองไม่ได้คู่อำราใหญ่ ทั้งหลายในมณฑลรับเสด็จราชันมองไม่ได้ แล้วก็ใจกลางแดนต้องห้ามก็ไม่ได้เช่นกัน ทะเลต้องห้ามมองได้บ้างผีที่ต้องห้ามมอง ได้ตามสบายที่อื่นๆยิ่งแล้วแต่ใจเจ้า ซี่ชิงอึ้งตะลึงเขาคิดถึงลักษณะของของ วิเศษเวทต้องห้ามสำนัก 7 เนตรโลหิตก็เกิด ความคิดเชื่อมโยงบางอย่างตอนนี้เจ้าไม่ จำเป็นต้องคิดให้มากเมื่อไปถึงแล้วย่อมจะ รู้เองในท่าน 7 วางหมากลงไปเม็ดหนึ่งจบ กระดานหมากยิ้มอย่างสุขุมเจ้า 4 ฝีมือการ เดินหมากของเจ้าพัฒนาไปไม่น้อยแต่ก็ยัง สู้ข้าไม่ได้ซี่ชิงได้ยินก็มองไปที่ กระดานหมากใบหน้าฉายแววเลื่อมใสยังเป็น อาจารย์ที่ยอดเยี่ยมนายท่าน 7 หัวเราะฮา ฮาและในตอนที่นายท่าน 7 มีความสุขเพราะ ชนะการเดินหมากไกลออกไปนอกมณฑลรับเสด็จ ราชันบนทะเลต้องห้ามบนท้องฟ้ามีผีร้าย หน้าสีเขียวครามมีเขี้ยวตนหนึ่งกำลัง เหยียบเมฆขี่หมอกขืนอย่างรวดเร็วผีร้ายตน นี้มีขนาดพันจั้งตัวโตมโหฬารนักดวงตาทั้ง สองแดงก่ำบนตัวมีเกล็ดเต็มไปหมดยิ่งมีโซ่ มากมายนายพันรัตน์ตอนนี้กำลังทะยานไป อย่างรวดเร็วพลางสางเสียงคำรามทุกที่ที่ พลาดผ่านทะเลต้องห้ามข้างล่างล้วนเกิด คลื่นยักษ์ซัดโหไปทั่วทั้ง 4 ทิศและที่ หัวของผีร้ายมีคน 2 คนนั่งอยู่คนหนึ่งคือ ชายชราชุดคลุมยาวสีเทาเห็นได้ชัดว่าเขา หลังค่อมนิดหน่อยใบหน้าเต็มไปด้วยกระผิว สีเหลืองซีดท่าทางป่วยกระเสาะกระแสะข้าง เขาเป็นเด็กสาวชุดกระโปรงยาวสีขาวสะอาด อายุประมาณ 16-17 ในขณะที่ดูสะอาดเกลี้ยง เกลาสง่างามใบหน้าก็งดงามไร้ที่ติประดุจ มุกเด็ดงามทอประกายหยกชิ้นงามเปล่งแสง คิ้วตายังมีความเป็นเด็กแฝงอยู่รางดวงตา ทั้งสองแฝงความบริสุทธิ์ไม่มีสิ่งปลอม แปลงแม้แต่น้อยประดุจน้ำใสสะอาดทำให้คน เมื่อได้เห็นแล้วเกิดความเมตตาเอ็นดูทำใจ ทำร้ายไม่ลงตอนนี้ชายชราคนนั้นกำลังโน้ม น้าวแต่ใบหน้าของเด็กสาวค่อยๆมีความไม่พอ ใจปรากฏขึ้นรู้สึกไม่ยุติธรรมนักท่านพ่อ ยังไงข้าก็ยังอยากไปมณฑลรับเสด็จราชันยดี ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ไปนี่นางหนูพวกเราไปเขต ปกครองหลวงก่อนเจ้าไปรับมรดกที่นั่นจาก นั้นเราค่อยไปมณฑลรับเสด็จราชันแบบนี้ เจ้าซุยพี่ซุยชิงของเจ้าเห็นเจ้าก็จะยิ่ง ชอบแน่ในเมื่อจากที่เจ้ารับมรดกแล้วก็จะ แข็งแกร่งขึ้นตาเฒ่าเจ้าของโรงเตี๊ยมบน ถนนทองผลุดกระแอมเปลี่ยนวิธีโน้มน้าวจริง เหรอคะหลิงเอ๋ออึ้งตะลึงได้ยินว่าซุ่ยชิง จะยิ่งชอบนางหวั่นไหวนิดหน่อยจริงสิพ่อ ไม่โกหกอยู่แล้วตาเฒ่าเจ้าของโรงเตี๊ยมบน ถนนทองตบอกปุๆหลิงเอ๋อลังเลมองไปทางมณฑล รับเสด็จราชันหลังจากคิดก็พยักหน้าอย่าง เต็มแรงตาเฒ่าเจ้าของโรงเตี๊ยมบนถนนทอง เห็นเป็นเช่นนี้ในใจก็โล่งอกแอบพูดว่า นั่งหนูเอ้ยพ่อทำก็เพื่อเจ้าตัดขาดกับโลก ภายนอกก็เพราะกลัวมีคนบอกร่องรอยข้าไม่มี ทางให้เจ้าไปมณฑลรับเสด็จราชันเด็ดขาดข้า จะต้องให้เจ้าเลี่ยงไอ้เด็กเวรนั่นนับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพ่อทุ่มเทกายใจ พลังทั้งหมดเพื่อเจ้าวันหน้าเจ้าก็จะรู้ ทุกอย่างล้วนหวังดีกับเจ้าทั้งนั้นแล้วก็ ไอ้เด็กเวรนั่นวันหน้าที่เจ้าอยู่ข้าจะ ไม่มีวันไปเหยียบเด็ดขาดข้าไม่เชื่อหรอก ว่าไอ้เด็กเวรนั่นจะมาถึงเขตปกครองหลวง เฮะข้าล่วงเกินไม่ได้แต่ข้าเลี่ยงได้บท ที่ 383 ผู้ควบคุมของวิเศษ ในยามพบค่ำสุ่ยชิงก็ไปจากหอคอยบนยอดเขา อยู่ที่นั่นนานยังเล่นหมากล้อมกับท่าน อาจารย์หลายกระดานหลังจากที่แพ้ทุกกระดาน เสียงหัวเราะของนายท่าน 7 ก็ดังลอยมาไม่ ขาดสายสุ่ยชิงล้วนตั้งใจมองกระดานทุก ครั้งทำท่าตั้งใจคิดวางแผนอย่างจริงจัง บางครั้งขบคิดจนจมอยู่ในการเดินหมากก็จะ หยิบขนมที่อยู่ข้างๆเข้าปากไปโดย สัญชาตญาณอาศัยการเคี้ยวช่วยคิดขนมอร่อย มากสุชิงไม่เคยกินมาก่อนโดยเฉพาะหลังจาก ที่กินแล้วพลังเวทยในกายยังทำการโคจรขึ้น เองเห็นได้ชัดว่าวัตถุดิบที่ทำขนมมี สรรพคุณทางยาที่ไม่ธรรมดาบางอย่างและยิ่ง เขาคิดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้นายท่าน 7 เบิก บานใจวันนี้ทั้งวันไม่มีใครมารบกวน 2 ศิษย์อาจารย์อย่างหาได้รอดจวบจนผู้ติดตาม นำขนมมาจานที่ 9 และสวี่ชิงกินจนหมดแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาท่านอาจารย์ศิษย์ยอม แล้วขอรับชิงลุกขึ้นสีหน้าเคารพนับถือ โครงคารวะนายท่าน 7 ภายใต้ความพออกพอใจ ของนายท่าน7ชิงมองท้องฟ้าเอ่ยลาจากไปหลัง จากที่มองสวี่ชิงจากไปจนลับสายตาแล้วนาย ท่าน 7 ก็มองจานขนมรอบๆกินไป 9 จานขอรับ ผู้ติดตามที่อยู่ข้างๆหัวรอบเฮ้อคนน่ะ เมื่ออายุเยอะแล้วก็ชอบให้ผู้เยาวมาหา บ่อยๆมาคอยอยู่ข้างๆกายแต่ก็ยากจะเอ่ย ร้องขอตรงๆวิธีของเจ้าวิธีนี้ไม่เลววัน หน้าทำขนมมามากสักหน่อยพวกเขาก็คงหาข้อ อ้างมาหาข้าทุกวันแล้วนายท่าน 7 หัวเราะ มองไปทางทวีปปักษาทักษิณสายตาตาแฝงด้วย รอยสะท้อนใจเจ้าสองกับหวงเหยียนกลับทวีป ปักษาทักษิณไปแล้วก่อนไปข้ามองออกว่านาง อาลวรแต่ว่าไปทวีปปักษาทักษิณก็ดีเหมือน กันนางอยู่ที่นั่นจะไม่มีทางได้รับความ น้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่น้อยและอีกทั้งนาง อยู่ที่นั่นวันหน้าหากศิษย์พี่ศิษย์น้อง ของนางมีปัญหาอะไรที่แห่งนั้นก็นับว่า เป็นที่หลบลมฝนได้เจ้าใหญ่ทั้งนั้นจาก นิสัยของเขาไม่แน่ว่าวันไหนคงแทะอะไร สร้างเคราะห์ภัยครั้งใหญ่หลวงเจ้าสามาใจ ติดหนี้หัวใจทั้งตัวนายท่าน 7 ถอนหายใจสี หน้าผู้ติดตามแปลกประหลาดเอ่ยเสียงต่ำ ทุ้มองค์ชาย 3 หายตัวไปนานแล้วตระกูลเจ้า แห่งสำนักเซียนล้ำบารมีสำนักการ ศักดิ์สิทธิ์และยังมีเผ่าหลายตาทั้งยัง เผ่าเกล็ดเลื้อยก็ต่างถามมาหลายครั้งเขา เล่นใหญ่เกินถูกบังคับแต่งงานทั้ง 4 ด้าน ไม่รู้ว่าหนีไปใดแล้วนายท่าน 7 โมโหจน สะบัดฉายเชิญ ตอนนี้เป็นเจ้า 4 ที่ทำให้รู้สึกวางใจที่ สุดจากนิสัยของเขาโดยพื้นฐานแล้วใครที่หา เรื่องล้วนฆ่าทิ้งหมดไม่ให้มีหายนะภาย หลังแต่ว่าเจ้าเด็กคนนี้จิตสังหารรุนแรง เกินไปเขตปกครองผนึกสมุทรก็ไม่รู้ว่า วาสนาหรือเคราะห์จะมากกว่ากันสีหน้านาย ท่าน 7 แฝงด้วยความลังเลเล็กน้อยผู้ติด ตามพยักหน้าเขตปกครองผนึกสมุดดูเหมือน เจริญรุ่งเรืองแต่มังกรและอสรรพิษปะปน เผ่ากลุ่มหลายมากแต่ละฝ่ายล้วนแปลก ประหลาดซับซ้อนและเจ้ามณฑลเผ่ามนุษย์ของ เราคนนี้นิสัยว่ากันว่าจิตใจโลเลไม่เด็ด ขาดเจ้ามณฑลไม่ใช่จิตใจโลเลไม่เด็ดขาดแต่ ชอบรักษาสมดุลเขารู้อยู่ว่าอำนาจของเจ้า มณฑลที่ไร้ความสามารถทำให้เผ่ามนุษย์ รุ่งเรืองได้อีกครั้งแต่การรักษาสมดุลมัก จะหมายถึงการประณีประนอมนายท่าน 7 ส่าย หน้าส่วนชิงตอนนี้ก็ลงเถาไปด้วยเรอไปด้วย เลียเจริมฝีปากไปด้วยขนมของอาจารย์ไม่ ธรรมดาเลยขณะที่นึกถึงรสชาติสุ่ยชิงก็ กลับมาที่ท่าจอดเรือหลายวันต่อมาเขาก็ไป หาจางซันทำการเสริมความแข็งแรงให้กับเรือ รบเรของตนเองอีกครั้งหลังจากนี้ต้องเดิน ทางไกลแล้วดิงเสี่ยก็มาหาสุ่ยชิงเช่นกัน ส่วนเหย็นเหยียนหลังจากที่กลับมาก็ถูกจอม คนบูรพาสงดลงโทษให้ปิดด่านห้ามไม่ทะลุ พลังบ่มเพ็ญห้ามออกไปแต่กูปู่มู่ชิงไม่ ได้มานางถูกจัดให้ประจำอยู่ที่สำนักที่ ทวีปปักษาทักษิณเป็นเช่นนี้เองหลังจากที่ สี่ชิงรอเรือเวทของตนเองได้รับการเสริม ความแข็งแรงเรียบร้อยแล้วจากจางซันที่ สำนักก็เลือกออกเดินทางในวันที่ 6 เตรียม ไปที่เผ่าสิงห์ซากสมุทรเป็นผู้ควบคุมของ วิเศษ 3 เดือนในระหว่างนี้ก็มีเรื่องบาง อย่างเกิดขึ้นด้วยพันธมิตร 8 สำนักมีลูก ศิษย์บางคนได้หายตัวไปที่บริเวณชายขอบแดน ต้องห้ามมรณะในทะเลต้องห้ามในยามออก ปฏิบัติภารกิจจากเบาะแสเหมือนว่าพวกเขา ไม่รู้ว่าไปในแดนต้องห้ามมรณะทำไมเรื่อง เกี่ยวพันกับแดนต้องห้ามดังนั้นตามขั้น ตอนแล้วพันธมิตรจะจัดลูกศิษย์ของสำนัก ส่วนหนึ่งมุ่งหน้าไปตรวจสอบที่แดนต้อง ห้ามมรณะเรื่องนี้ในพันธมิตรไม่ได้เกิด ระลอกคลื่นใหญ่นักเพราะเรื่องการหายสาบ สูญในแดนต้องห้ามแบบนี้หลายปีมานี้ก็มัก จะเกิดขึ้นบ้างเป็นบางครั้งความจริงไม่ ใช่แค่พันธมิตรที่เป็นเช่นนี้สำนักอื่นๆ เผ่าอื่นๆโดยเฉพาะเพราะเผ่าสำนักที่อยู่ บนทะเลต้องห้ามล้วนเกิดเรื่องเช่นนี้สวี่ ชิงได้ยินเรื่องนี้เช่นกันแต่นี่ไม่ส่งผล ต่อแผนการเดินทางไปยังเผ่าสิงห์ซากสมุด ของเขาอย่างมากเขาก็แค่ระมัดระวังรอบคอบ ไม่ใช้เรือศึกเวทยเดินทางเหมือนอย่างแต่ ก่อนแค่ใช้ค่ายกลสงครามของสำนักสงครามไป ก็เท่านั้นเขาในตอนนี้ยืนอยู่บนค่ายกล สงครามจากการกระพริบส่องแสงของแสงค่ายกล เสี้ยวพริบตาต่อมาสวี่ชิงก็หายตัวไปในตอน ที่ปรากฏตัวขึ้นก็มาอยู่ที่เผ่าสิงห์ซาก สมุดแล้วการส่งข้ามในระยะเช่นนี้หากไม่มี การปกป้องคุ้มครองก็จะเกิดการเหนี่ยวรั้ง ต่อวิญญาณและกายเนื้อของผู้บำเพ็ญแต่กาย เนื้อสวี่ชิงแคมปแกร่งเพียงแค่รู้สึกว่า ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยเท่านั้นก็กลับ คืนเป็นปกติในเสี้ยวพริบตาที่เงาร่างของ เขามาปรากฏอยู่บนค่ายกลสงครามสำนัก 7 เนตรโลหิตในเถ่าสิงห์ซากสมุทรนอกค่ายกล สงครามก็มีลูกศิษย์พันกว่าคนรอคออยู่แล้ว ตอนนี้พวกเขาต่างประสานมัดโค้งคารวะสวี่ ชิงพร้อมกันคารวะผู้สืบมันคาคนเหล่านี้ ล้วนเป็นลูกศิษย์ของแต่ละยอดเขาที่ประจำ การอยู่ที่นี่หลังจากสวี่ชิงโค้งคารวะ กลับแล้วไปเข้าพบทำความเคารพนายท่าน 3 สุดท้ายก็มาที่บนของวิเศษเวทต้องห้าม สำนัก 7 เนตรโลหิตนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ กลางกระจกโบราณสำฤทธิ์บานมหึมาบานนั้นที่ นี่อยู่กลางท้องฟ้ากระจกโบราณมีขนาดถึงร จั้งนั่งอยู่บนนั้นเหมือนนั่งอยู่บนจาน มหึมาใบหนึ่งรอบๆยังมีเสียลมโหมกระหน่ำ กรีดหวีดก้มลงไปมองก็จะเห็นทะเลต้องห้าม สีดำเหมือนหมึกซัดขึ้นลงไม่หยุดในสุดครัน ลองสายตาสวี่ชิงสูดลมหายใจลึกนั่งขัด สมาธิดวงตาทั้งสองหลับลงจิตเทพแผ่ออก เริ่มผสานไปในของวิเศษเวทยต้องห้ามชิ้น นี้เสี้ยวขณะต่อมาจิตเทพหน้าครั่นขาม กลุ่มหนึ่งที่ไม่แผงด้วยระลอกคลื่นอารมณ์ ใดก็ปกคลุมมาบนร่างของสวี่ชิงเหมือน พิสูจน์และตรวจสอบฐานะและขอบเขตอำนาจของ เขาสุดท้ายจิตเทพก็เปลี่ยนเป็นเกราะป้อง กันชั้นหนึ่งหลังจากที่ปกคลุมไปรอบรอบ สวี่ชิงก็มีเสียงเย็นเยียบเสียงหนึ่งดัง ก้องอยู่ในจิตใจของเขาวิญญาณศัตรเนตร โลหิตโปรดสั่งการสวี่ชิงดวงตาฉายประกาย แสงวาบหวั่นไหวเล็กน้อยเขาสัมผัสได้ว่า หลังจากที่จิตเทพจากกระจกโบราณสำฤทธิ์ปก คลุมทั้งตัวแล้วร่างของเขาก็เหมือนไม่มี อยู่ไม่มีใครรับรู้ถึงตัวตนมีแต่จิตเทพ เท่านั้นที่แผ่ออกไปได้เหมือนตัวเองกลาย เป็นกายวิญญาณเขาทำอะไรได้บ้างสวี่ชิง ถ่ายข้อจิตเทพออกไป 1 ท่านเลือกที่จะผสาน กับเนตรโลหิตได้เปิดภาวะภาชนะวิญญาณภาย ใต้สภาวะนี้ของวิเศษเวทยอยู่ท่านอยู่ 2 ท่านสามารถตรวจสอบมองไปได้ทุกที่ที่ท่าน อยากดูในเขตพื้นที่ของของวิเศษเวทยได้ 3 ที่สายตามองไปสามารถส่งเงาร่างของผู้ควบ คุมวิเศษเวทยได้ร่างหนึ่งเป็นระยะครึ่ง ชั่วหยามพลังเทียบเท่ากับตัวจริงของท่าน 4 ชีวิตที่เป็นปัเจตใดก็ตามภายใต้เจตำนงของ ท่านสามารถกระตุ้นพิพากษาเป็นตายได้แต่ สิทธิ์นี้จำต้องให้ผู้ควบคุมวิเศษเวททั้ง 3 อนุมัติเสียงวิญญาณศาตราอันยินเยียบ ดังกล้องอยู่ในจิตใจของสวี่ชิงสวี่ชิง เมื่อฟังจบเขาก็เข้าใจในพื้นที่ที่ อาจารย์บอกว่าไม่ให้ตนไปมองพวกนั้นหลัง จากที่กระจ่างแจ้งแล้วเขาก็เลือกที่จะ ผสานจากการแผ่ออกไปของจิตเทพเสี้ยวขณะต่อ มาวิญญาณของสวี่ชิงก็แผ่ออกไปเขาสัมผัส ได้ว่าตัวเองเหมือนณตอนนี้มีร่างใหม่และ ร่างนี้ก็คือบานกระจกโบราณสำฤทธิ์ทั้งสอง ผสานรวมเป็นหนึ่งหลอมรวมเข้าด้วยกันโดย สมบูรณ์ในขณะเดียวกันครันลองสายตาที่ไม่ เคยมีมาก่อนก็ปรากฏขึ้นในสัมผัสของสวีชิง เขามองเห็นในระยะที่เกินกว่าขีดจำกัดสูง สุดของครันลองสายตาในอดีตเหมือนเขาเป็น ศูนย์กลางทางเหนือเป็นมณฑลรับเสด็จราชัน ทางใต้ปกคลุมทวีปปักษาาวันทักษิณตะวันตก ติดทะเลตะวันออกคลุมแดนต้องห้ามมรณะจิตใจ สวี่ชิงเกิดคลื่นซัดโหมจวบจนหลังจากนั้น ครู่หนึ่งเขาก็สงบจิตใจสถานที่แรกที่เขา อยากดูคือฐานที่มั่นคนเก็บกวาดในตอนนั้น หลุมศพของหัวหน้าเหลยที่ฝังอยู่ข้างๆพื้น ที่ต้องห้ามฐานที่มั่นท่ามกลางจิตใจที่ โหมกระเพื่อมกระจกโบราณสำฤทธิ์ในเผ่า สิงห์ซากสมุดก็ส่งเสียงวูมขยับช้าๆหน้า กระจกเล็งไปทางทวีปปักษาสวรรค์ทักษิณ เสี้ยวขณะต่อมาฐานที่มั่นคนเก็บกวาดที่ ขุ้นเคยก็สะท้อนมาในครันลองสายตาสุ่ยชิง ฐานที่มั่นยังคงสกปรกเช่นเคยยังคงทรุด โทรมสถานที่อยู่ของสุ่ยชิงในตอนนี้มีคน อื่นเข้าครอบครองแล้วเห็นได้ชัดว่าการผัน เปลี่ยนของเวลาทำให้บารมีที่เขาสร้างขึ้น ในฐานที่มั่นคนเก็บกวาดในตอนนั้นเป็นอดีต ไปแล้วกลายเป็นตำนานไปแล้วสุยชิงไม่สนใจ เรื่องพวกนี้สายตาเบนไปยังพื้นที่ต้อง ห้ามที่มองเห็นหลุมศพของหัวหน้าเหลยที่ นั่นรักษาเอาไว้นับว่าสมบูรณ์ดีนี่พูดได้ ว่าเป็นกฎจำนวนไม่มากที่คนเก็บกวาด ปฏิบัติตามสำหรับสุสานของคนเก็บกวาดที่ จากไปจะไม่ไปแตะต้องไปทำลายเพราะใครก็ไม่ อยากให้ตัวเองวันหนึ่งก็เป็นแบบนั้นเช่น กันเพ่งมองอยู่นานซุยชินถอนหายใจเบาในตอน ที่กำลังจะเก็บสายตากลับมาก็คิดสถานที่ ที่ท่านอาจารย์บอกว่าไปดูไม่ได้พวกนั้นมี แดนต้องห้ามแต่ไม่มีพื้นที่ต้องห้าม สุ่ยชิงแค่คิดก็เบนสายตาผ่านไปยังกลุ่ม ศาลเจ้าจับจ้องไปในจุดที่ลึกที่สุดของ พื้นที่ต้องห้ามเพียงมองไปจิตใจของ สุ่ยชิงก็สั่นสะท้านรุนแรงในจุดลึกของ พื้นที่ต้องห้ามแห่งนั้นเขาเห็นในหุบเขา ลึกแห่งหนึ่งเห็นเงาร่างผู้หญิงที่ราง ร่างหนึ่งใต้หุบเหวนางกำลังคุกเข่าคารวะ อยู่ข้างหน้ากูเจิงเก่าโทมตัวหนึ่งผู้ หญิงคนนี้สุ่ยชิงไม่เคยเห็นแต่รองเท้าที่ อยู่ใต้เท้าที่ประเดี๋ยวเรือนราง ประเดี๋ยวก็ปรากฏคู่นั้นซุยชิงเคยเห็น เป็นคนรักของหัวหน้าเหลยที่ปรากฏในเสียง เพลงคนนั้นนั่นเองกูเจิงตัวนั้นบนนั้นมี คราบดำเป็นดวงผุไปแล้วกว่าครึ่งแต่ตอนนี้ มันกำลังดีดบรรเลงเพลงเองในขณะที่ส่ง เสียงเพลงออกมาเป็นละรอละรอกรอบๆกูเจิง ที่อยู่ในหุบหิวลึกนั้นมีโครงกระดูกนับ ไม่ถ้วนคุกเข่าคารวะไอพลังประหลาดมหาศาล แผ่ซ่านออกมาจากกระดูกพวกนี้และหากมองไป ให้ละเอียดก็จะพบว่าต้นกำเนิดของทั้งหมด นี้ล้วนมาจากกูเจิงเก่าโทมตัวนั้นทั้ง นั้นไม่ได้มองนานนักมองเพียงปราชญเดียว สุ่ยชิงก็ถอนสายตากลับมาเงียบงันไปครู่ หนึ่งสุ่ยชิงก็มองไปทางผืนอินทนินทมองไป ทางหลุมศพของปรมาจารย์ใบเพียงมองไปฟ้าดิน ก็เปลี่ยนไปรวดเร็วในสายตาของเขาเสี้ยว ขณะต่อมาสุสานสาธารณะในแผ่นดินผืน อินทนินทก็ปรากฏในสายตาสุ่ยชิงที่นั่น สุ่ยชิงเห็นหลุมศพทิพย์เต็มไปด้วยดอกไม้ สดหลุมหนึ่งหลุมศพของปรมาจารย์ใบดอกไม้ ที่นั่นเหมือนว่าเพิ่งผ่านมา 1 วันตอนนี้ ยังไม่โรยภายใต้การห้อมล้อมจากทะเลดอกไม้ เหมือนว่าเงาร่างของปรมาจารย์ใบปรากฏขึ้น ในสมองของสุยชิงอีกครั้งมองไปมองไปจวบจน มีคนคุ้นเคย 2 คนปรากฏในครันลองสายตาของ เขาชายหนึ่งหญิงหนึ่งคือเฉินเฟยหยวนและ ถิงอุ้ยนั่นเองพวกเขาเดินมาจากที่ไกลมา ถึงหน้าหลุมศพเอาดอกไม้มาเปลี่ยนหลังจาก เอามาวางคารวะหลุมศพแล้วก็ไปจากสุสาน สุ่ยชิงมองพวกเขาจากไปจนลับสายตาเขาก็ สังเกตว่าในร่างของเฉินเฟยหยวนตอนนี้มี ลูกข่างหน้าผีอันหนึ่งกำลังหมุนอย่างรวด เร็วเหนี่ยวนำเลือดลมของเฉินเฟยหยวนแปร เปลี่ยนเป็นคลื่นวนแผ่พลังกดดันที่น่า กลัวออกมาเป็นระรอกระรอกภาพนี้ทำให้ สุ่ยชิงนึกถึงที่เฉินเฟยหยวนบอกกับตนใน ตอนนั้นเกี่ยวกับสายเลือดของรัฐม่วงคราม ที่อยู่ในกายได้พรสวรรค์จากนั้นมีชีวิต อยู่ร่วมกับของวิเศษเวทมนตร์ในขณะที่ ครุ่นคิดซุยชิงก็ถอนสายตากลับมาแล้วมองไป ที่อื่นหลังจากมองจนรอบแล้วเขาก็มองไปทาง ทะเลต้องห้ามนายท่าน 7 เคยเตือนไว้ว่า ทะเลต้องห้ามมองได้บ้างเขาจึงแค่กวาดสาย ตาไปเท่านั้นและจากการกวาดสายตานี้เขาก็ เห็นหวงเหยียนกับศิษย์พี่รองที่เพิ่งเดิน ทางจากไปไม่นานหวงเหยียนตอนนี้กำลังอยู่ บนพื้นกระดานเรือนวดขาศิษย์พี่รองสีหน้า แฝงด้วยความสุขใบหน้าสุ่ยชิงฉายรอยยิ้ม สายตาที่กวาดไปกำลังจะเก็บกลับมาทว่าใน ตอนนี้หวงเหยียนพลันเงยหน้าขึ้นมองไปทาง ท้องฟ้าอย่างสงสัยรอยยิ้มของสุ่ยชิงค้าง แข็งทันทีอึ้งตะลึงไปเล็กน้อยเขาสัมผัส ข้าได้อย่างนั้นหรือบทที่ 384 ห้ามมองตรงๆสวี่ชิงรู้สึกเหมือนไม่ถูก ต้องสถานที่ที่เขาเห็นมาหลายที่ก่อนหน้า นี้ต่อให้เป็นตัวตนในส่วนลึกของพื้นที่ ต้องห้ามก็ยังไม่สามารถจับสายตาของเขาได้ ถึงอย่างไรเขาในตอนนี้ก็รวมอยู่กับกระจก โบราณสำฤทธิ์ของวิเศษเวทยต้องห้ามแทนที่ จะพูดว่าเขากำลังมองไม่สู้พูดว่ากระจก โบราณสำฤทธิ์กำลังมองและตัวตนของวิเศษ เวทยต้องห้ามสามารถกลายมาเป็นขุมพลังแห่ง สำนักใหญ่ได้ย่อมมีจุดที่น่ากลัวและแข็ง แกรงอยู่ดังนั้นสิ่งประหลาดในพื้นที่ต้อง ห้ามจึงยากที่จะสังเกตเห็นว่าถูกจับตาดู คนอื่นๆก็เช่นกันสวี่ชิงมองไปรอบหนึ่งไม่ พบกับคนที่สัมผัสได้กับความประหลาดคนอื่น มีเพียงหวงเหยียนเท่านั้นหวงเหยียนเวลา นี้เงยหน้าขึ้นบนเรือเวทยมองไปบนท้องฟ้า หลังจากกระพริบตาปริบๆเขาก็กระแอมไอคืนที หนึ่งทำท่าทางเหมือนจ้องมองวิวทิวทัศน์ ใช้วิธีก้มหน้าที่เขาคิดว่าเป็นธรรมชาติ ที่สุดนวดขาศิษย์พี่หญิงรองแต่ว่าภาพนี้ สำหรับสวีชิงคือส่อพิรุธมากสวี่ชิงถอนสาย ตากลับมาเงียบๆไม่ได้มองต่อแต่ว่าเขาตอน นี้รู้แล้วว่าหวงเหยียนมีความลับส่วนความ ลับอะไรสวี่ชิงยังมองไม่ออกและไม่อยากจะ สืบค้นจะอย่างในบนโลกนี้คนมากมายก็ล้วนมี ความลับของตนเองหวงเหยียนมีนายกองมี อาจารย์มีและตนเองก็มีเช่นกันใหญ่ต้องไป ขุดค้นด้วยเล่าขอแค่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่มาทำ ร้ายตนเองก็พอ สวีชิงสงบใจลงกว่าสายตาไปมองทางอื่นรวม ถึงแดนต้องห้ามมรณะที่อยู่ใกล้ๆกับเผ่า สิงห์ซากสมุทรที่ตั้งของแดนต้องห้ามมรณะ พิเศษมากแตกต่างกับแดนต้องห้ามปักษาราชัน อยู่บ้างแม้จะเป็นแดนต้องห้ามทั้งคู่แต่ ที่หนึ่งอยู่บนฝั่งอีกที่หนึ่งอยู่ใต้ ทะเลแดนต้องห้ามมรณะที่อยู่ใต้ทะเลถูกปก คลุมด้วยหมอกสีดำเข้มข้นอาณาเขตกว้างใหญ่ แยกไม่ออกว่าด้านในมีกอดอยู่หรือไม่แต่ไอ พลังประหลาดในนั้นก็เข้มข้นมากน้ำทะเลก็ เช่นกันและด้วยผลกระทบของแดนต้องห้ามมรณะ ทะเลรอบด้านจึงมีวิญญาณคนตายรวมถึงโครง กระดูกปรากฏออกมาเรื่องประหลาดต่างๆมาก มายเกิดขึ้นเป็นประจำวันปกติเรือที่แล่น ไปมาก็ล้วนไม่เข้าใกล้แดนต้องห้ามมรณะ อย่างมากก็แค่ไปถึงตำแหน่งที่มีเผ่าสิงห์ ซากสมุดสวีชิงไม่ได้มองใจกลางใต้ทะเลของ แดนต้องห้ามมรณะและไม่เคยมองไปที่ส่วนลึก ของหมอกดำนั่นด้วยเขาเพียงแค่กวาดสายตา มองชายขอบเท่านั้นจากนั้นก็มองไปยังแผ่น ดินไหลต้องประสงค์และยังคงเป็นหลักการ เดิมไม่จับจ้องคู่อำนาจใหญ่ใดก็ตามเขา เข้าใจว่าสถานที่เหล่านี้ห้ามมองหากมอง แล้วถูกจับได้จะก่อให้เกิดหายนะกับความ สงสัยที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้เขายังรู้ว่าเหตุใดอาจารย์ถึง เตือนเพราะเขาตอนนี้มีความรู้สึกแรงกลรา บางอย่างด้วยสภาพของตนเองตอนนี้หากมองตัว ตนอะไรที่ไม่ควรมองเข้าไปเกรงว่าอาจจะ เป็นการฆ่าตัวต่ายก็ได้อย่างเช่นตอนที่ เขากวาดสายตาไปที่ทะเลต้องห้ามก็สัมผัส ได้ว่ามีพื้นที่แห่งหนึ่งใต้ทะเลลึก เหมือนจะมีระะลอกคลืนที่น่าหวาดหวั่นอยู่ ด้วยเขาสะกดความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง และฝืนไม่เงยหน้าขึ้นไปมองดวงตะวันรวมถึง เสี้ยวหน้าเทพเทพเจ้าที่อยู่สูงลิบนั่น สุดท้ายก็ถอนสายตาทั้งหมดกลับมาจู่ๆเขาก็ อยากจะมองดูตนเองบ้างไม่รู้ว่าคนอื่นใช้ ของวิเศษเวทยต้องห้ามมองข้าแล้วจะเป็น อย่างไรสวี่ชิงคิดถึงจุดนี้จึงทดสอบดู พริบตาต่อมาเขาก็เห็นเผ่าสิงซากสมุดเห็น กระจกโบราณสำฤทธิ์ขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือ เผ่าสิงซากสมุทรและเห็นตนเองนั่งขัดสมาธิ อยู่บนกระจกโบราณสำฤทธิ์นี้ร่างกายของตน เองยังอยู่ในท่าขัดสมาธิจากการโคจรของ กระจกกระจกบานนี้ไม่ว่ากระจกจะเอียงเพียง ใดล้วนนั่งนิ่งอยู่บนนั้นไม่ขยับเลยแม้ แต่น้อยความรู้สึกนี้แปลกประหลาดแตกต่าง จากการส่องกระจกมันดูเหมือนการถอดวิญญาณ และมองกายเนื้อของตนเองจากกลางอากาศมาก กว่าสวี่ชิงใช้สายตาทั้งหมดจ้องแพ่งไปที่ กายเนื้อของตนเองสิ่งแรกที่เห็นคือความ หล่อเหลาใบหน้างดงามหมดจดราวกับปีศาจเขา เห็นเส้นชีพผจรในร่างกายเห็นช่องแวดทั้ง หมดเปล่งแสงจ้าและเห็นทะเลความรู้สึกของ ตนเองและวังสวรรค์ทั้ง 3 วังในทลีความรู้ สึกแม้ 2 วังจะอยู่ในหมอกแห่งชีวิตแต่เขา ก็เห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมดชัดเจนมาก กระทั่งเขาพูดจักรพรรดิก็ยังสะท้อนอยู่ ภายในแต่กลับมองไม่เห็นพระจันทร์สีม่วง แต่จุดที่มันอยู่ก็ยังแสดงให้เห็นเหมือน ถูกครองพื้นที่หลังจากส่องไปที่ทะเลความ รู้สึกก็ก่อเป็นรูปเป็นร่างถ้าคนภายนอก มองรูปร่างที่เหมือนเงามืดนี้จะเห็นความ แปลกประหลาดอยู่ตรงนั้นยาลูกกลอนพิษต้อง ห้ามในวังสวรรค์วังที่ 3 ก็เลือนลงมองราย ละเอียดไม่ชัดครองพื้นที่อยู่เช่นกันมี เพียงเงามืดรวมถึงผลึกวารีสีม่วงที่ไม่ มองไม่เห็นเลยกระทั่งการครองพื้นที่ก็ไม่ มีให้เห็นราวกับว่าไม่มีตัวตนสวี่ชิง ครุ่นคิดเขายิ่งมองเห็นเงาของวิหกทอง กำลังโอบล้อมอยู่ด้านนอกร่างกายตนไร้ลัก ขณะเดียวกันในทะเลความรู้สึกของเขายังมี เงากระบี่ที่ไม่สมบูรณ์อีกเล่มหนึ่งด้วย นั่นคือกระบี่จักรพรรดิส่วนหนึ่งที่เขา สัมผัสรับรู้มาเห็นสิ่งเหล่านี้สวี่ชิง ครุ่นคิดลองควบคุมเจ้าเงาไปปกคลุมไว้เขา ไม่อยากเปิดเผยมากนักสวี่ชิงจึงใช้ วิสัยทัศน์ในการมองเห็นจากกระจกโบราณ สำฤทธิ์เริ่มจัดระเบียบร่างกายตนแรกเริ่ม เขาใช้พลังของเจ้าเงาปกคลุมซ่อนวังสวรรค์ 2 วังที่อยู่ในหมอกแห่งชีวิตเอาไว้จน มิตรกระทั่งมองผ่านกระจกโบราณสำฤทธิ์แล้ว ไม่เห็นร่องรอยใดๆแล้วเขาถึงพอใจถัดมา หลังจากที่สวี่ชังครุ่นคิดก็แบ่งเจ้าเงา แผ่บดบังเขาจักรพรรดิพูดของตนให้หายไปจาก การมองเห็นยังมีพระจันทร์สีม่วงรวมถึงลูก กลอนพิษต้องห้ามด้วยแม้จะมอง 2 สิ่งนี้ ไม่เห็นแต่หลังจากเทียบกับรอบด้านแล้ว เห็นว่ามีการครองพื้นที่อยู่อย่างชัดเจน สวี่ชิงคิดแล้วก็ควบคุมเจ้าเงาปกคลุมทุก สิ่งอย่างเสร็จเรื่องเหล่านี้เขาก็ตรวจ สอบอย่างละเอียดรอบหนึ่งเมื่อยืนยันว่า ไม่มีอะไรผิดพลาดก็เก็บสายตากลับมาจาก นั้นสวี่ชิงที่นั่นขัดสมาธิอยู่บนกระจก โบราณสำฤทธิ์ก็เหลี่ยมตาขึ้น สมบัติเวทยต้องห้ามเป็นเช่นนี้นี่เองสวี่ ชิงพึมพำเขารู้สึกว่าที่อาจารย์พูดไว้ นั้นถูกต้องมากตนจำเป็นต้องปรับตัวกับการ โคจรของของวิเศษเวทยต้องห้ามหากไม่มี ประสบการณ์เช่นนี้เข้าใจแค่ผิวเผินก็จะ สัมผัสถึงความแข็งแกร่งและลักษณะพิเศษที่ แท้จริงของวิเศษต้องห้ามนี้ได้ยากแม้จะ ไม่รู้ว่าของวิเศษเวทต้องห้ามของเมือง หลวงเขตปกครองของเขตปกครองผนึกสมุทรเป็น เช่นไรแต่คิดแล้วก็ต่อให้เห็นไม่ชัดเจน เท่ากับกระจกโบราณสำฤทธิ์แต่ด้วยจิตเทพ ของมันก็คงปิดบังยากมากในตอนนี้เขามั่นใจ มากว่าหลังจากตนไปที่เมืองหลวงเขตปกครอง ต่อให้จิตเทพวิญญาณศัตรของวิเศษเวทยต้อง ห้ามเมืองหลวงเขตปกครองกวาดผ่านก็ไม่เปิด เผยความลับใดออกไปทั้งหมดที่เห็นคือสิ่ง ที่เขาอยากจะเปิดเผยเท่านั้นและยังได้รับ ประโยชน์มาอีกอย่างคือความคุ้นเคยกับการ สัมผัสจิตเทพของวิเศษเวทเวลานี้สวี่ชิง สามารถแยกแยะจิตเทพที่มารวมบนร่างตนได้ใน พริบตาว่ามาจากคนหรือมาจากของวิเศษเวทนอก จากนี้เขายังเข้าใจว่าเหตุใดทุกครั้งที่ ใช้ของวิเศษเวทยต้องห้ามจึงมีไอพลัง ประหลาดเกิดขึ้นเพราะพลานุภาพของของวิเศษ เวทยต้องห้ามนั้นยิ่งยิ่งใหญ่มากเวลาใช้ งานจึงสูดรับพลังวิญญาณมหาศาลไอพลัง ประหลาดในพลังวิญญาณย่อมสะสมอยู่ในของ วิเศษเวทต้องห้ามและสลายหายไปได้ยากมาก เมื่อสะสมถึงขีดจำกัดก็กลายเป็นสมบัติไร้ ค่าไปดังนั้นทุกชนเผ่าทุกสำนักใหญ่ๆจึง ไม่ค่อยใช้ของวิเศษเวทต้องห้ามมากเกิน ความเหมาะสมวิธีนี้สามารถยืดอายุการใช้ งานได้สิ่งนี้ทำให้ของวิเศษเวทต้องห้าม ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือเปิดใช้ งานเต็มรูปแบบและโคจรประจำวันในทั่วๆไป ตอนที่เปิดใช้งานเต็มรูปแบบก็จะทำให้ พลานุภาพพุ่งถึงขีดสุดเหตุการณ์เช่นนี้ ปกติจะใช้ในการปราบปรามศัตรูภายนอกหรือทำ การโจมตีเท่านั้นในวันปกติจะโคจรประจำวัน เป็นหลักแต่ต่อให้เป็นโคจรประจำวันก็ยัง มีช่วงที่อ่อนกำลังลงด้วยช่วงเวลานี้ไม่ แน่นอนแตกต่างกันไปตามของวิเศษเวทยต้อง ห้าม จำเป็นต้องใช้ผู้ที่เชี่ยวชาญการคำนวณถึง จะทราบหลังจากเข้าใจจุดนี้สี่ชิงก็ยิ่ง เข้าใจงานของผู้ควบคุมของวิเศษลึกซึ้ง ขึ้นสถานที่ที่มองไปมากขึ้นเรื่อยๆแต่ทุก ครั้งที่เขามองถึงจุดหนึ่งก็ควบคุมไว้ได้ อย่างดีแต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ก็ยังหลีก เลี่ยงการเจอกับพวกสถานการณ์เสี่ยง อันตรายได้ยากเขาเคยมองไปในเมืองผีที่ทอด ยาวในมหาสมุทรที่นั่นมีสิ่งประหลาดอยู่ นับไม่ถ้วนราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งเขาก็เคย มองไปในส่วนลึกใต้ทะเลเห็นยักษ์หกขาถือ ตรีสู่นพลังความเป็นเทพที่น่าตกตะลึงราว กับกำลังออกลาดตระเวนโหมคลื่นทะเลขึ้นมา เขายังเห็นบรรพชนกลิ้งก่าทะเลด้วยเกล็ด ทุกเกล็ดบนร่างที่น่าตื่นตะลึงของอีกฝ่าย ล้วนแฝงพลานุภาพที่น่าหวาดหวั่นไว้ด้วย ระหว่างที่เดินเหินก็ราวกับมังกรยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์และยังมีดวงตาแล้วดวงตาเหล้า อยู่ใต้ทะเลดวงตาเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วน กำลังปิดและพริบตาที่ลืมขึ้นมาก็มักจะโหม คลื่นวนขนาดยักษ์ในท้องทะเลโหมคลื่นโถม ฟ้าสะเทือนดินทะเลต้องห้ามเต็มไปด้วย อันตรายเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จักนอกจาก สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นสี่ชิงยังมองเห็น ร่องลึกด้วยบ้างก็อยู่ใต้ท้องทะเลบ้างก็ อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามของทวีปปักษา ธนินทักษิณร่องลึกเหล่านี้แผ่หมอกดำออกมา ขณะที่ดูลึกเกินคาดดาก็มีเสียงกรีดร้อง แหลมที่เหมือนกับในอุโมงค์ผูดดังออกมา ด้วยกระทั่งในคืนหนึ่งสุ่ยชิงยังเห็นจิต วิญญาณนับไม่ถ้วนจิตวิญญาณเหล่านั้นลอยมา จากทางทวีปปักษาธนิลทักษิณลอยต่อแถวกัน อยู่กลางท้องนภาไปเบื้องหน้าและด้านหน้า สุดคือร่างที่มีเขา 2 เขาในมือถือแซ่อยู่ เหล่าจิตวิญญาณก็ลอยเข้าไปในประตูที่จู่ๆ ก็เปิดขึ้นกลางอากาศภายใต้การต้อนของร่าง นี้จากนั้นก็มีเสียงเคี้ยวดังตามมาประตู บานนั้นสุ่ยชิงมองเพียงผาดหนึ่งในสมองก็ ลั่นครื้นครันเกือบจิตดับร่างสลายทั่ว ร่างถูกตัดขาดจากการผสานรวมกับกระจกโบราณ สำฤทธิ์ทันทีกระอักเลือดออกมากองใหญ่ ครั้งนั้นเขาพักไป 5-6 วันถึงกลับมาผสาน รวมกับกระจกโบราณสำฤทธิ์พร้อมกับความหวาด ผวาในใจต่อได้ต่อให้เขาระมัดระวังมากพอ แล้วแต่หลังจากนั้นครึ่งเดือนเขาก็เห็น กลุ่มศาลเจ้าบนเกาะเล็กๆเกาะหนึ่งไม่ใช่ ศาลเจ้าไพศาลอานัน์แต่เป็นศาลเจ้าบูชาย เทพเจ้าตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆท่ามกลางหมอก ลวงตาที่ห่างไกลสวี่ชิงมองเพียงผาดหนึ่ง ก็เจ็บดวงตาจนไม่กล้ามองต่อทั้งหมดทั้ง มวลนี้ขณะที่ทำให้เขาเข้าใจโลกใบนี้มาก ขึ้นก็เข้าใจสิ่งที่เตือนของอาจารย์ลึก ซึ้งขึ้นด้วยเช่นกันของวิเศษต้องห้ามชิ้น นี้หากกลายเป็นผู้ควบคุมของวิเศษของมัน แล้วไม่ยับยั้งชั่งใจก็อันตรายเป็นอย่าง มากดังนั้นในวันถัดจากนี้สุ่ยชิงจึงไม่ มองไปยังสถานที่ที่ไม่รู้จักแต่ส่วนใหญ่ คือศึกษากฎเกณฑ์การโคจรของของวิเศษเวทย ต้องห้ามขณะขณะเดียวกันก็ตรวจสอบอาณาเขต เล็กๆรอบๆไปด้วยจนกระทั่งก่อนออกเดินทาง ไปยังเขตปกครองผนึกสมุดครึ่งเดือนสุดท้าย วันนี้สุ่ยชิงก็เหมือนวันทั่วไปใช้กระจก โบราณสำฤทธิ์ตรวจสอบบริเวณรอบๆขณะที่กวาด ตามองชายขอบแดนต้องห้ามมรณะสุ่ยชิงก็น่า เปลี่ยนสีไปเล็กน้อยเขาเห็นเจ้าจงเหิน เห็นดิงเซียวไห่เวลานี้ 2 คนนี้อยู่ชาย ขอบแดนต้องห้ามมรณะกำลังควบคุเวทยสุด กำลังในหมอกดำเข้มข้นหลบหนีออกมาอย่างรวด เร็วด้านหลังของพวกเขาปรานหมอกตีเกลียว รุนแรงผืนทะเลมีคลื่นวนก่อตัวมือเหี่ยว ย่นนับไม่ถ้วนคว้ามาหาพวกเขาและในปราณ หมอกนี้ยังมีเส้นผมสีดำมหาศาลแผ่เป็น เกลียวเยื่อนออกมาจะหมัดพวกเขาไว้ด้านใน อันตรายมากบทที่ 385 ความตายของจักรพรรดิ มรณะ สุชิงจ้องเพ่งควบคุมสายตาที่มองไปยังส่วน ลึกของแดนต้องห้ามมรณะอย่างแรงกล้าจดจำคำ เตือนของท่านอาจารย์จานเอาไว้จากนั้นเบน สายตามองไปที่ชายขอบบริเวณอื่นของแดนต้อง ห้ามมรณะเขาเห็นศิษย์พันธมิตร 8 สำนัก 10 กว่าคนกำลังหลบหนีไปคนละทิศคนละทางใบหน้า แต่ละคนเห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวรอบ ด้านมีมือคนตายปรากฏขึ้นมากมายมหาศาล กำลังยุ่งเหยิงภาพนี้ทำให้สุ่ยชิงนึกถึง เมื่อ 1 เดือนก่อนตอนที่ตนเองกำลังจะออก เดินทางไปที่เผ่าซิงซ่าสมุทรและได้ทราบ ข่าวจากนายพันธมิตรมีสิทธิ์หายสาบสูญไป ที่ชายขอบแดนต้องห้ามมรณะ สำนักจึงทำตามกฎสั่งการให้คนกลุ่มนึงไป ตรวจสอบสถานการณ์คนเหล่านี้ก็คือสิทธิ์ ที่ส่งมาตรวจสอบกลุ่มนั้นสิ่งแรกที่ สุยชิงพบหลังจากส่งข้ามผ่านของวิเศษเวทย ต้องห้ามและขณะที่เสร็จสิ้นเรื่องนี้ทาง เจ้าจงเหิงกับติงเซียวไหก็เกิดการเปลี่ยน แปลงขึ้นเส้นผมที่ปรากฏอยู่ด้านหลังคน ทั้งสองจู่ๆก็เพิ่มมากขึ้นยิ่งไปกว่านั้น ยังปะทุความเร็วพุ่งเข้าหาพวกเขาเมื่อ เห็นว่ากำลังจะรัดตัวอยู่รอมเองสีหน้า ติงเซียวหักก็เผยความโหดเหี้ยมออกลงมือ ฉับพลันฟาดฝ่ามือใส่เจ้าจงเหิงแม้ทั้ง 2 คนจะเป็นสร้างฐานแต่ติงเซียวไห่ก็มีไฟ ชีวิตถึง 2 ดวงแล้วไม่ธรรมดาเลยส่วนเจ้า จงเหิงยังห่างจากการสำเร็จไฟชีวิตดวงที่ 2 อีกหลายช่องเวทยเวลานี้ต่อให้จะระวังตัว แล้วแต่ก็ยังไม่มีการโต้กลับและคุณสมบัติ ในการหลบหนีพริบตานั้นเขากระอักเลือด อย่างบ้าคลั่งภายใต้การลงมือกะทันหันของ ติงเซียวไห่เรือเวทยใต้เท้าสันคลอนเกิด รอยปริแตกไม่มั่นคง ครู่เดียวเส้นผมที่ไล่ตามมาก็รัดเรือเวทย เอาไว้ติ๊งเซียวไฮเจ้าจงเหินร้องเสียงหลง ซีหน้าโกรธเคืองจ้องติงเซียวไหที่พุ่ง ทะยานไปไกลโดยหลังจากใช้เขาเป็นเหยื่อล่อ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองอย่างเอาเป็นเอา ตายส่วนเขาตอนนี้หลังจากเส้นผมเหล่านั้น พันรัดเรือเวทก็ทำได้เพียงสละเรือหลบหนี แต่ก็ยังช้าอยู่มากค่อยๆถูกเส้นผมที่มี มากยิ่งกว่าเดิมกับมือคนตายเหนือพื้นผิว น้ำทะเลดึงรั้งไว้วิกฤตความเป็นตายรุนแรง แรงฉายแววสิ้นหวังขณะที่เจ้าจงหึงเปล่ง เสียงคำรามใช้งานของคุ้มกายที่ปู้ของเขา มอบให้แต่ก็เหมือนจะไม่มีประโยชน์มากนัก ต่อให้แหกทางออกมาได้แต่ไม่นานก็ถูกพัน รัดอีกแล้วติ่งเสี่ยวไหที่อยู่ไกลๆร่าง เล็กลงแล้วตัวตนของเจ้าจงเหิงดึงดูดสิ่ง ประหลาดส่วนใหญ่ทำให้เขาหลุดพ้นจาก พยันตรายไปได้สำเร็จเขาได้ยินเสียงกรีด ร้องของเจ้าจงเหิแล้วแต่ไม่สนใจนี่ไม่ใช่ การให้สิทธิ์ในสำนักตายแทนครั้งแรกขอแค่ ตนเองอยู่รอดปลอดภัยภัยคนอื่นเขาไม่สนใจ คนที่โตมาจากครอบครัวที่อบอุ่นจะเป็นพวก คนโง่เหงาวอยู่ต่อหน้าเขาก็เอาแต่ยกตนข่ม ท่านเห็นเขาเป็นอะไรนอกจากมีท่านปู่ที่ดี ก็ไม่มีอะไรเลยคนโง่เช่นนี้อยู่ในโลกนี้ ไปก็คงมีชีวิตต่อไปได้ไม่นานนักถูกกำหนด ว่าจะถูกคนอื่นเล่นงานจนตายในเมื่อเป็น เช่นนี้ก็ไม่สู้ตายโดยมีคุณค่าข้ามีชีวิต อยู่ต่อไปถึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดติ่ง เสี่ยวไห่สีหน้าไร้อารมณ์เร่งความเร็ว ขึ้นแล้วหายไปในปราหมอกแต่ว่าความรู้ความ เข้าใจของเขายังไม่มากพอทำให้ติงเซียวไห ไม่รู้พลานุภาพแท้จริงของวิเศษเวทต้อง ห้าม 7 น่านโลหิตและไม่รู้ว่าซุยชิงตอน นี้กำลังผสานรวมกับของวิเศษเวทยต้องห้าม ใช้จับจ้องมาที่นี่มองเห็นทั้งหมดสำหรับ เรื่องนี้ซุยชิงไร้ความเห็นถ้าอยู่ในจุด ยืนเดียวกับติงเซียวไฮเพื่อที่เขาจะอยู่ ต่อก็พูดไม่ได้ว่าผิดจุดยืนของเจ้าจงเหิง ก็เช่นเดียวกันแต่ว่าจากจุดยืนของสุยชิง ใน 2 คนนี้เขาไม่ชอบติงเซียวไหมากกว่า ส่วนเจ้าจงเหิงซุยชิงเห็นสีหน้าสิ้นหวัง ท่ามกลางวิกฤตเป็นตายของเขาจึงครุ่นคิด และสื่อจิตเท็บเข้าไปในวิญญาณศัตรากระจก โบราณสำฤทธิ์รวมร่างอัญเชิญเงาไปเยียม สถานที่นี้แทบจะพริบตาที่สุ่ยชิงสื่อจิต เท็บกระจกโบราณสำฤทธิ์ก็เสียงวึ้งๆแสง เจิดจาขึ้นฉับพลันและมีดวงตาหนึ่งลืมขึ้น กะทันหันด้านบนพริบตาต่อมาแสงเจิดจ้าแยง ตาก็ส่องมาจากกระจกโบราณสำฤทธิ์ผ่านความ ว่างเปล่ามายังชายขอบแดนต้องห้ามมรณะผ่าน ปราณหมอกมาที่เบื้องหน้าเจ้าจงเหิงขณะที่ สีหน้าเจ้าจงเหิงเผยแววไม่อยากเชื่อแสง ที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาฉับพลันก็ฟุ้ง เป็นฝุ่นละอองนับไม่ท่วมหลังจากกลายเป็น จุดแสงและรวมตัวกันก่อเป็นร่างของสุ่ยชิง ขึ้นมาสุยชิงเจ้าจงเหิงเบิกตากว้างจาก นั้นก็ยินดีไปล้นพ้นช่วยข้าสุยชิงช่วยข้า ด้วยมือคนตายนับไม่ถ้วนคว้าร่างของเจ้า จงเหิงเอาไว้ทั้งยังถูกเส้นผมสีดำพันไว้ ด้วยครึ่งตัวอยู่เหนือน้ำดิ้นรนไม่หยุด แต่ก็ยังจมลงช้าๆซุยชิงสัมผัสสภาพร่างกาย อยู่พักหนึ่งนี่เป็นการใช้กระจกโบราณ สัมฤทธิ์อัญเชิญร่างแยกครั้งแรกของเขาใน สัมผัสของเขาร่างนี้เป็นภาพมายาพลังก็ ต่างจากร่างเดิมอยู่ไม่น้อยไม่มีเงาไม่มี ถุงเก็บของวังสวรรค์ 3 วังในร่างก็เป็น ภาพลวงตาลูกกลอนพิษต้องห้ามรวมถึงเขา จักรพรรดิพูดและพระจันทร์สีม่วงล้วนไม่มี อยู่ความสามารถโดยรวมเป็นแค่แก่นลมปราณ 3 วังสวรรค์ทั่วไปเท่านั้นดูท่าการอัญเชิญ ร่างแยกยังมีจุดบกพร่องอยู่สุ่ยชิงครุ่น คิดยกมือขวาขึ้นโบกไปเบื้องหน้าฉับพลัน น้ำทะเลสีดำรอบด้านก็โหมขึ้นทันควันกลาย เป็นคลื่นยักษ์หลายชั้นโถมไปหาเจ้าจงเถิง ที่กำลังขอความช่วยเหลือทุกที่ที่แล่น ผ่านมือคนตายเหล่านั้นก็พากันแตกสลายเส้น ผมที่พันรัดก็แหลกละเอียดในพริบตาแม้พลัง พลังต่อสู้จะสู้ร่างเดิมไม่ได้แต่พลัง บำเพ็ญ 3 วังสวรรค์ขอแค่ไม่เข้าไปในส่วน ลึกของแดนต้องห้ามมรณะก็ยังพอรับมือกับ พวกสิ่งประหลาดได้เวลานี้เจ้าจงเหิงก็ หลุดจากอันตรายในพริบตาจากการแผ่ขยายของ มวลคลื่นทะเลเรือเวทยของเขาที่อยู่ไกลๆก็ ถูกสุ่ยชิงยกมือคว้าไว้กระชากกลับมาทัน ควันเส้นผมที่พันอยู่ก็ขาดทันเมื่อเห็น ภาพนี้ขณะที่เจ้าจงเหิงหลุดพ้นจากอันตราย เหมือนเกิดใหม่ก็ยังพรั่นพรึงอยู่เขาย่อม รู้ความแข็งแกร่งของสุ่ยชิงแต่วิธีการ ปรากฏตัวของสุ่ยชิงในวันนี้ลบล้างความคิด ของเขาไปจนหมดยิ่งพึ่งผ่านเรื่องความเป็น ความตายมาอีกด้วยดังนั้นอารมณ์ในปัจจุบัน จึงเกิดระรอกไม่มีที่สิ้นสุดซุยเจ้ารีบ ออกจากที่นี่ก่อนข้าจะไปดูศิษย์พันธมิตร คนอื่นทั้งนั้นเองสุยชิงตัดบอดพัดเรือเวก ไปทางเจ้าจงเหิงเจ้าจงเหิงรีบพยักหน้าใน ดวงตาซาบซึ้งอย่างแรงกล้าหลังย่างขึ้น เรือเวทยกำลังจะอ้าหน้าปากแต่ซุยชิงก็ สะบัดแขนเสื้อฉับพลันพลังมหาศาลก็ซัดไป ที่เรือเวทยวิหกขงที่โออาของเจ้าจงเหิง ทันใดนั้นเรือเวทยก็ส่งเสียงครึงครันถูก หนุนนำให้เร็วขึ้นพุ่งทะยานออกไปรอบนอก ของแดนต้องห้ามมรณะสุ่ยชิงร่างไหววูบ เพิ่งจะมองไปยังเขตแดนอื่นแต่ตอนนี้เอง จู่ๆสีหน้าก็กระตุกหันหน้าจ้องเข้าไปใน ส่วนลึกของปราณหมอกอย่างเคร่งขรึมฉับพลัน ถอยออกมาคิดจะจากไปทิศทางที่เขามองไปก่อน หน้าเวลานี้มีคลื่นพลังสะเทือนฟ้าสะท้าน ดินกำลังปะทุขึ้นตามมาด้วยกลิ่นอายที่น่า กลัวเหลือนฆ่ารวมถึงเสียงกรีดร้องใน สัมผัสของสุ่ยชิงน้ำทะเลสีดำรอบด้านกำลัง ตีเกลียวลำแสงหลายสายปรากฏในส่วนลึกปราน หมอกสาดกระจายไปทั้ง 8 ทิศแสงเหล่านั้น แฝงทวงนำตอไว้สิ่งที่สุ่ยชิงสัมผัสได้ เหมือนกับเส้นแสงในดวนตาของผู้บำเพ็ญหวน สู่อนัตตาหวนสู่อนัตตาสุ่ยชิงใจกระตุกวูบ หนึ่งแต่เขาก็ไม่ได้ว้าวุ่นใจถึงอย่างไร เวลานี้ก็เป็นแค่ร่างแยกอัญเชิญเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาเคร่งขรึมคือในกลาง ปราณหมอกนั้นในกลางเสียงหัวเราะเวทนาที่ ผสานมากับเสียงคำรามตายแล้วตายหมดแล้วถูก กินไปหมดแล้วฮ่า กินไปหมดแล้วถูกเคี้ยวจนละเอียดไปหมดแล้ว น้ำเสียงแฝงความคุ้มคลั่งมากับความวิปราช เหมือนผ่านเรื่องสะเทือนจิตใจอย่างยิ่งมา จนทำให้จิตเท็จของอีกฝ่ายโหมระเราะคลื่น ถึงขีดสุดจากนั้นก็บ้าคลั่ง และพริบตาที่เสียงหัวเราะเวทนาดังมาปราณ หมอกก็ตลบอบอวนคลึงครันแผ่ออกไปเงาร่าง หนึ่งพุ่งออกมาจากด้านในวิ่งออกมาด้านนอก พลางหัวเราะอย่างคุ้มคลั่งร่างนี้ไม่ใช่ เผ่ามนุษย์เป็นต่างเผ่าเกล็ดทั่วรางเน่า เปื่อยศีรษะหายไปครึ่งหนึ่งบนร่างกายมี หลายจุดที่กำลังแหลกเละหน้าเวทนาถึงขีด สุดแผ่ไอพลังประหลาดที่น่าตกใจออกมาทั้ง ตัว ทุกจุดที่วิ่งผ่านโหมคลื่นยักษ์ที่ผิวน้ำ ขณะที่เสียงครืนครันโหมขึ้นฟ้าเขาก็พุ่ง ชนกับคลื่นหลังจากที่ทะลุผ่านไปขณะที่มัน ก็หัวเราะอย่างน่าเวทนาก็เหมือนจะสะกด อาการบาดเจ็บในร่างกายไม่ไหวกระอักเลือด ออกมาเงยหน้าร้องห่มร้องไห้ด้วยความโศก เศร้าภาพนี้สะท้อนเข้ามาในดวงตาสวี่ชิง ม่านตาของเขาหดเล็กลงร่างแยกของเขาแบกรับ ไว้ไม่ไหวกำลังจะสลายไปภายใต้แรงกดดันของ ผู้บำเพ็ญต่างเผ่าและตอนนี้เองจู่ๆผู้ บำเพ็ญต่างเผ่าคนนั้นที่ร้องโหยหวนก็หัน หน้ามาฉับพลันขณะที่มองสวี่ชิงมือขวาก็ ตะปบคว้ามาทางสวี่ชิงพริบตานั้นร่างแยก ที่กำลังจะสลายไปของสวี่ชิงก็ทะยานออกมา เองอย่างไม่รู้ตัวถูกผู้บำเพ็ญต่างเผ่าคน นี้คว้าเอาไว้ในมือ ร่างแยกรึตายหมดแล้วตายไปหมดแล้วผู้ บำเพ็ญต่างเผ่าผู้ยิ่งใหญ่คนนี้หัวเราะ ออกมาอย่างน่าเวทนา สุวี่ชิงยังคงรักษาสีหน้าสงบนิ่งเวลานี้ ร่างกายของเขาหายไปครึ่งหนึ่งแล้วอีกไม่ นานจะสลายไปอย่างสมบูรณ์เขามองต่างเผ่า ที่ไอพลังประหลาดเข้มข้นไปทั่วร่างเบื้อง หน้าคนนี้นิ่งเงียบไม่พูดจ่าส่วนผู้บำแพ ต่างเผ่าที่กำลังคุ้มคลั่งคนนั้นจู่ๆก็ยก สวี่ชิงขึ้นมาตรงหน้าแทบจะแนบกับหน้า สุวี่ชิงอยู่แล้วก็เอ่ยปากเจ้าเห็นหรือ ยังสุวี่ชิงส่ายหน้า เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้เห็นหลังจากนี้ เจ้าก็ไปบอกกับคนภายนอกว่าองค์ท่านตื่น แล้วจักรพรรดิแดนมรณะตายแล้วคำพูดนี้ดัง เข้ามาในหูสุวี่ชิงสุวี่ชิงหน้าเปลี่ยนสี ไปฉับพลันไม่รอให้เขาพูดอะไรต่างเผ่าที่ คุ้มคลั่งคนนั้นก็ใช้หัวที่มีอยู่ครึ่ง เดียวกระแทกที่หน้าของสวี่ชิงอย่างแรง พริบตาที่กระแทกภาพที่ก่อตัวขึ้นจากความ ทรงจำช่วงหนึ่งก็หลั่งทะลักเข้ามาในสมอง ของสวี่ชิงในภาพคือใจกลางแดนต้องห้ามมรณะ ใต้ทะเลลึกไร้ที่สิ้นสุดเดิมทีความมืดปก คลุมที่นั่นแต่สิ่งที่ปรากฏในสายตาของ ต่างเผ่าผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นกลับมองเห็นใต้ ทะเลได้อย่างชัดเจน เห็นส่วนลึกสุดที่นั่นมีประตูสัมฤทธิ์ ขนาดใหญ่บานหนึ่งประตูนี้ไม่รู้ว่าอยู่มา นานเท่าใดเต็มไปด้วยระลอกความรู้สึกและ กาลเวลาที่ไหลผ่านขณะที่ดูโบราณเรียบง่าย ขีดสุดหน้าประตูก็มีร่างเงาขนาดยักษ์ร่าง หนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ร่างเงานี้ก่อขึ้น จากซากศพนับไม่ถ้วนและทุกศพก็แผ่ไออารุ น่ากลัวออกมาหลังจากรวมอยู่ด้วยกันกลาย เป็นยักษ์ยิ่งทวีความน่ากลัวยิ่งขึ้น สุวี่ชิงมองเพียงผาดเดียวก็รู้สึกว่าจิต เทพไม่อาจรับไหวและนี่ยังเป็นแค่ภาพความ ทรงจำจากต่างเผ่าหวนสู่อนัตตาคนนั้นเท่า นั้นไม่ใช่การมองไปตรงๆเขายังเห็นอีกว่า บนหัวของยักษ์ร่างนี้มีกวานจักรพรรดิที่ ก่อขึ้นจากกระดูกสีม่วงแผ่คลื่นพลังที่ น่าตกตะลึงออกมาเห็นได้ชัดว่าเป็นสมบัติ ชั้นยอดชิ้นหนึ่งหลังจากนั้นประตูใหญ่ สำฤทธิ์ก็เปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียงมือ ยักษ์สีทองข้างหนึ่งค่อยๆยื่นออกมาจาก ประตูผิวหนังสีทองกระดูกสีทองราวกับเลือด ก็เป็นสีทองด้วยมีนิ้ว 7 นิ้วและยังมี กระดูกงอกออกมาหลายแท่งเหมือนตะขออีกด้วย มือยักษ์สีทองนี้ยื่นออกมาช้าๆค่อยๆมา อยู่เบื้องหน้ายักษ์ยักษ์สั่นเทิ้มไปทั้ง ร่างไม่กล้าหลบหนีไม่กล้าเงยหน้าสุดท้าย ขณะที่มันสั่นเทามือยักษ์สีทองข้างนั้นก็ ดึงถึงหลังจากกระชากซากศพออกมาทีละร่างก็ คว้าเลื้อบเนื้อสีดำก้อนหนึ่งออกจากร่าง ของยักษ์เลื้อบเนื้อสีดำนี้แผ่คลื่นพลัง ความเป็นเทพเข้มข้นสูงสุดมือยักษ์คว้า เลื้อบเนื้อสีดำค่อยๆดึงกลับไปในประตู โบราณสัมฤทธิ์และด้านในก็มีเสียงบดเคี้ยว ดังออกมาจากนั้นยักษ์ที่ก่อตัวขึ้นจากซาก ศพนับไม่ถ้วนก็เหมือนสูญเสียจิตวิญญาณสูญ เสียการทรงตัวร่างกายถล่มลงฉับพลันซากศพ แต่ละร่างก็เริ่มเน่าเปื่อยจากการถล่มนี้ สุดท้ายก็กลายเป็นกองภูเขาเน่าเปื่อยภาพ สิ้นสุดตรงนี้ร่างแยกสวี่ชิงสลายหายไปจน หมดสิ้นขณะที่ภาพประดังเข้ามากลายเป็นจุด แสงนับไม่ถ้วนที่จมไปในหมอกดำที่พัดเข้า มาต่างเผ่าที่อยู่ที่นั่นก็หัวเราะอย่าง น่าเวทนาอีกครั้งปราณหมอกปกคลุมร่างกาย เสียงบดเคี้ยวก็ดังออกมาจากปรานหมอกไม่ จางหายไปอยู่นานแสนนานกัน
Tracks in this Playlist