www.facebook.com/SookGuySookJai www.camouflagetalk.com
Curated by: สุขกาย สุขใจ SookGuySookJai (379 videos)
นักปฏิบัติธรรมเรามุ่งความสนใจไปที่นิโรธ คล้าย ๆ ว่า “นิโรธ” คือ เป้าหมายสำคัญของชีวิตที่เราต้องการ คือ ความดับทุกข์ นี่คือหัวใจของอวิชชาสูงสุด เราให้ความสำคัญ ให้ความสนใจ ว่าเราคนหนึ่งในฐานะมิจฉาทิฏฐิ จะไปถึงซึ่งความดับทุกข์ หมายความว่า หลังจากแจ่มแจ้งอริยสัจ 4 แล้ว ชีวิตทั้งชีวิตที่เหลือจากนั้น คงเหลือแค่นิโรธ ถ้าเราคิดว่า เราเป็นพระอรหันต์แล้ว เข้าใจที่ผมบอกมั้ยว่า มนุษย์เราคิดว่า ชีวิตนี้เป็นตัวเป็นตน เป็นเรา เป็นของเรา จึงเกิดวิธีคิดแบบที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ทั้งหมด แล้วมันดูน่าเชื่อถือ มันดูน่ามีความหวัง มันดูเป็นอะไรที่เรามนุษย์คนหนึ่งสมควรจะได้รับในการเกิดมา และลงทุนปฏิบัติธรรม แล้วความหมายของการที่ท่านบอกว่า ท่านตรัสรู้อริยสัจ 4 คืออะไร? หมายความว่า แต่ละขณะของชีวิตนั้น เป็นการแจ่มแจ้งในทุกข์นี้ แล้วมันจะยังผลให้เกิดการละสมุทัย แจ้งนิโรธ เจริญมรรค และด้วยสัมมาทิฏฐิข้อแรกที่ท่านสอนเอาไว้ คือ โลกนี้ว่างจากความเป็นสัตว์ ตัวตน บุคคล เรา เขา จึงไม่มีใครเข้าไปแทรกแซง หรือเป็นเจ้าของ กระบวนการของอริยสัจ 4 หรือเป็นเจ้าของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการของอริยสัจ 4 เช่น นิโรธ เป็นเพียงการตรัสรู้ว่า การเกิดมาในความเป็นมนุษย์นั้น อยู่ในโลกแห่งความขัดแย้งสูงสุดและความแบ่งแยกสูงสุด และนั่นนำไปสู่ความทุกข์ของมนุษย์โลกทั้งมวล และทางออกจากชีวิตที่เป็นความทุกข์อันมหาศาลของหมู่มวลมนุษย์นั้น คือ การที่คนคนหนึ่ง รู้จักว่าชีวิตที่แท้จริงนั้นเป็นอริยสัจ 4 แบบนี้ แค่นั้น ทางออกของชีวิตที่จะอยู่ในโลกนี้ได้ ไม่ใช่ทางออกของ “เรา” ท่านค้นพบว่า การดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ในความเป็นมนุษย์ ในการอยู่ในโลกนี้ คือ การมีหัวใจที่เป็นอริยสัจ 4 เข้าใจไหมว่า ไม่มีใครจะไปไหน ไม่มีใครจะเป็นอะไร ไม่มีใครจะไม่เกิด หรือมาเกิด เหมือนเราพูดว่า จิตนี้เกิด แล้วก็ดับ ไม่มีใครเป็นเจ้าของความเกิด ไม่มีใครเป็นเจ้าของความดับ มันเป็นอย่างนี้เฉย ๆ เพราะฉะนั้น ชีวิตทั้งชีวิตก้อนใหญ่อันนี้ มีความเป็นอริยสัจ 4 แบบนี้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เหมือนกับจิตเกิด และดับ ไม่มีใครเป็นเจ้าของโครงสร้างเหล่านี้ทั้งหมด และถ้าเราเข้าใจทั้งหมดที่ผมพูดนี้ ชีวิตนี้จะเป็นปัจจุบัน จะตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นปัจจุบัน และไม่เกี่ยวข้องกับของคู่ใด ๆ ที่โลกนี้สร้างขึ้นมา และชีวิตที่เป็นปัจจุบัน คือ ชีวิตที่ไม่ถูกครอบงำด้วยอวิชชา แล้วแปลว่า เราเป็นพระอรหันต์ไหม? เราจะไม่เกิดอีกแล้วไหม? คำถามแบบนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ ชีวิตยังไม่เป็นปัจจุบัน เพราะถ้าชีวิตเป็นปัจจุบันแล้ว มันคิดไม่ออกกับคำถามแบบนั้น เหมือนเป็นคำถามเสมือน ที่ไม่มีอยู่จริง จะให้ตอบว่า เราเป็น มันก็รู้สึกตลก เหมือนเราตอบสิ่งที่ไม่มี ว่ามันมีอยู่จริง #Camouflage 16-09-2566 ---------------- ฟังคลิปเสียงธรรมย้อนหลังทั้งหมด https://goo.gl/RDZFMI 5 ช่องทางการฟังธรรม 1) YouTube : https://goo.gl/in9S5v 2) Facebook : https://www.facebook.com/SookGuySookJai 3) Line id : @camouflage.talk https://lin.ee/hHJprqr 4) Podcast ค้นหา Camouflage - Dhamma Talk Apple Podcast https://apple.co/3udJS1k Podbean https://bit.ly/3s0zNmy Podcast republic https://bit.ly/34xGbXK Google Podcast https://bit.ly/2VpI18V Spotify https://spoti.fi/2RzKM6w 5) Website : https://camouflagetalk.com/